โมเดลเชิงสาเหตุและผลของการควบคุมความคิดของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นที่มีตัวแปรส่งผ่าน
รหัสดีโอไอ
Title โมเดลเชิงสาเหตุและผลของการควบคุมความคิดของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นที่มีตัวแปรส่งผ่าน
Creator พัชรา กระแจะเจิม
Contributor วรรณี แกมเกตุ
Publisher จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Publication Year 2557
Keyword นักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น, การเรียนรู้จากการรู้คิด, แบบการคิด, ความคิดและการคิด, การควบคุม (จิตวิทยา), Junior high school students, Cognitive learning, Cognitive styles, Thought and thinking, Control (Psychology)
Abstract การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อศึกษาระดับการควบคุมความคิด รูปแบบการคิด และกระบวนการแก้ปัญหาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น 2) เพื่อพัฒนาและตรวจสอบความสอดคล้องของโมเดลเชิงสาเหตุและผลของการควบคุมความคิดที่มีตัวแปรส่งผ่านของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่สร้างขึ้นกับข้อมูลเชิงประจักษ์ 3) เพื่อศึกษาอิทธิพลของตัวแปรสาเหตุที่ส่งผลต่อการควบคุมความคิด และอิทธิพลของการควบคุมความคิดที่มีต่อตัวแปรผลที่เกิดขึ้น ตัวอย่างวิจัย คือนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจำนวน 863 คน ซึ่งได้จากการสุ่มตัวอย่างแบบ 3 ขั้นตอน (three stage random sampling) เครื่องมือวิจัยเป็นแบบสอบถามและแบบวัดการควบคุมความคิด รูปแบบการคิด และกระบวนการแก้ปัญหาของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น ซึ่งมีค่าความเที่ยงในการวัดตัวแปรแต่ละตัวตั้งแต่ 0.63-0.86 การวิเคราะห์ข้อมูลใช้การวิเคราะห์ค่าสถิติพื้นฐาน การวิเคราะห์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน และการวิเคราะห์โมเดลเชิงสาเหตุและผลด้วยโปรแกรม LISREL ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นมีระดับการควบคุมความคิดและรูปแบบการคิดอยู่ในระดับปานกลาง (M=3.03, SD=0.52 และ M=3.11, SD= 0.47 ตามลำดับ) และมีกระบวนการแก้ปัญหาอยู่ในระดับน้อยที่สุด (M=1.29, SD=0.99) 2. โมเดลเชิงสาเหตุและผลของการควบคุมความคิดของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่มีตัวแปรส่งผ่านมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ ( chi-square= 66.54, df = 50, p = 0.0587, GFI=0.99, AGFI=0.99, RMSEA =0.02) 3. ตัวแปรสาเหตุที่ส่งผลต่อการควบคุมความคิดได้แก่ สถานภาพทางเศรษฐกิจและสังคมมีอิทธิพลขนาดอิทธิพลทางตรงเท่ากับ 0.10 และมีอิทธิพลทางอ้อมต่อการควบคุมความคิดโดยผ่านรูปแบบการคิดด้วยขนาดอิทธิพล เท่ากับ 0.06 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.05) นอกจากนี้การควบคุมความความคิดยังมีอิทธิพลทางตรงต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เท่ากับ 0.19 และมีอิทธิพลทางอ้อมต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยผ่านกระบวนการแก้ปัญหาด้วยขนาดอิทธิพล เท่ากับ 0.11 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.05) โดยตัวแปรส่งผ่านทั้งสองตัวในโมเดลซึ่งได้แก่รูปแบบการคิด และกระบวนการแก้ปัญหาเป็นตัวแปรส่งผ่านแบบบางส่วน
URL Website cuir.car.chula.ac.th
Chulalongkorn University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ