บทบาทที่คาดหวังและที่เป็นจริงของพระสงฆ์ไทยที่มีผลต่อความยึดมั่นในศาสนาของพุทธศาสนิกชน (Expected and Actual Roles of Thai Buddhist Monks Affecting Adherents' Religiosity)
รหัสดีโอไอ
Title บทบาทที่คาดหวังและที่เป็นจริงของพระสงฆ์ไทยที่มีผลต่อความยึดมั่นในศาสนาของพุทธศาสนิกชน (Expected and Actual Roles of Thai Buddhist Monks Affecting Adherents' Religiosity)
Creator พระราชปัญญารังษี (วีระเวส พาเจริญ)
Publisher โครงการปรัชญาดุษฎีบัณฑิตการพัฒนาการบริหาร มหาวิทยาลัยปทุมธานี
Publication Year 2553
Abstract การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) บทบาทที่พุทธศาสนิกชนคาดหวัง บทบาทที่เป็นจริงของพระสงฆ์ ความพึงพอใจต่อการปฏิบัติตนของพระสงฆ์ และความยึดมั่นในศาสนาของพุทธศาสนิกชน และ 2) อิทธิพลของคุณลักษณะส่วนบุคคล บทบาทที่คาดหวัง บทบาทที่เป็นจริง และความพึงพอใจการปฏิบัติตนของพระสงฆ์ ต่อความยึดมั่นในศาสนาของพุทธศาสนิกชน โดยใช้ระเบียบวิธีการวิจัย 2 แนวทาง คือ เชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ โดยเก็บข้อมูลจากพุทธศาสนิกชนในกรุงเทพมหานคร พร้อมทั้งใช้วิธีวิทยาการคิว (Q metho-dology) ในการศึกษาภาวะจิตวิสัยเกี่ยวกับความยึดมั่นในศาสนา ผู้วิจัยใช้แนวทางเชิงคุณภาพ จัดเก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์เจาะลึกกลุ่มตัวอย่าง 5 ราย เป็นการศึกษานำร่องทำความเข้าใจความคิดเห็นของพุทธศาสนิกชนก่อน เพื่อมาสร้างแบบสอบถามสำหรับการวิจัยเชิงปริมาณ ซึ่งเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 1,004 ราย โดยใช้เทคนิคการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยแบบจำลองสมการโครงสร้าง (SEM) ด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปลิสเรล (LISREL) ส่วนวิธีวิทยาการคิวได้เนื้อหา (concourse) จากการจัดเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพ ที่ผู้ตอบแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความยึดมั่นในศาสนา 34 ข้อความ มีพุทธ-ศาสนิกชน 30 ราย เป็นผู้จัดอันดับความคิดเห็น วิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรม PQ-Method จากการศึกษา พบว่า พุทธศาสนิกชนคาดหวังว่า พระสงฆ์ต้องมีการศึกษาดีทั้งทางโลกและทางธรรม ปฏิบัติตนตามวินัยสงฆ์อย่างเคร่งครัด ปฏิบัติตนให้เป็นแบบอย่างที่ดีในทางธรรม และมีเมตตาช่วยเหลือสังคม ส่วนบทบาทที่เป็นจริงที่เหมาะสม ได้แก่ การเผยแผ่ธรรม การช่วยเหลือสังคม การปฏิบัติกิจของสงฆ์ การสร้างวัตถุมงคลหารายได้พัฒนาวัด การสร้างถาวรวัตถุใหญ่โตสวยงาม และกริยาวาจาที่ใช้ ซึ่งทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกรับได้ ขณะเดียวกันบทบาทที่ไม่เหมาะสม ได้แก่ การไม่ปฏิบัติตามวินัยสงฆ์ การ ปฏิบัติผิดทางเพศ การเข้าไปในสถานที่ที่ไม่สมควร การเข้าร่วมชุมนุมทางการเมือง การแสวงหาลาภอย่างไม่ถูกต้อง การไม่สำรวมกริยาวาจาหรือพฤติกรรม และการไม่ปฏิบัติกิจของสงฆ์ ซึ่งทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกรับไม่ได้ ในส่วนของความพึงพอใจ พบว่า มีการสรรเสริญ การรับใช้ และการปฏิบัติตามคำสอน ตลอดทั้งการทำบุญกับพระสงฆ์ สำหรับความศรัทธาในหลักธรรม การปฏิบัติตามหลักธรรม การทะนุบำรุงศาสนา และการปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนา พุทธศาสนิกชนเห็นว่าเป็นความยึดมั่นในศาสนา ข้อค้นพบจากการใช้วิธีวิทยาการคิวศึกษา พบว่า ความยึดมั่นในศาสนา สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 กลุ่ม คือ (1) กลุ่มปฏิบัติตามหลักธรรม (2) กลุ่มศรัทธาในหลักธรรม (3) กลุ่มศึกษาคำสอนแล้วปฏิบัติตาม และ (4) กลุ่มปกป้องคุ้มครองศาสนา ส่วนการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ พบว่า ความยึดมั่นในศาสนาได้รับอิทธิพลทั้งทางตรงและทางอ้อมจากบทบาทที่คาดหวัง และคุณลักษณะส่วนบุคคล ได้รับอิทธิพลเฉพาะทางตรงเท่านั้นจากความพึงพอใจต่อการปฏิบัติตนของพระสงฆ์ ส่วนบทบาทที่เป็นจริงของพระสงฆ์มีผลทางอ้อมต่อความยึดมั่นในศาสนา ข้อค้นพบในภาพรวมชี้ให้เห็นว่า ถ้าพระสงฆ์ปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมตามที่พุทธศาสนิกชนคาดหวังได้มากเท่าไร พุทธศาสนิกชนจะศรัทธาเลื่อมใสหรือยอมรับนับถือพระสงฆ์และยึดมั่นในศาสนามากเท่านั้น เนื่องจากคุณลักษณะส่วนบุคคล บทบาทที่คาดหวัง บทบาทที่เป็นจริง และความพึงพอใจต่อการปฏิบัติตนของพระสงฆ์มีผลอย่างมากต่อความยึดมั่นในศาสนาของพุทธศาสนิกชน ซึ่งสามารถคาดการณ์ได้ว่า ตราบใดที่พระสงฆ์ปฏิบัติตนได้ตรงตามที่พุทธศาสนิกชนคาดหวัง พุทธศาสนิกชนย่อมพึงพอใจต่อการปฏิบัติตนของพระสงฆ์ และยังคงยึดมั่นในพระพุทธศาสนาอยู่ตราบนั้น ข้อเสนอแนะ หากพระสงฆ์และองค์กรที่ดูแลปกครองพระสงฆ์ ต้องการให้พุทธศาสนิกชนมีความยึดมั่นในพระพุทธศาสนา ต้องสร้างแนวทางและพัฒนาพระสงฆ์ให้ปฏิบัติตนให้เหมาะสมตามที่พุทธศาสนิกชนคาดหวังอย่างจริงจังและต่อเนื่องให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะกระทำได้ ทั้งนี้องค์กรที่ดูแลปกครองพระสงฆ์ต้องปฏิบัติหน้าที่ในการกำกับดูแลอย่างเข้มงวด
ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตการพัฒนาการบริหารมหาวิทยาปทุมธานี

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ