|
การพัฒนารูปแบบการสอนอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจสำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา แม่ฮ่องสอน เขต 2 |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การพัฒนารูปแบบการสอนอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจสำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา แม่ฮ่องสอน เขต 2 |
| Creator | ชัยวัฒน์ บวรวัฒนเศรษฐ์ |
| Contributor | พิทักษ์ นิลนพคุณ |
| Publisher | มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ |
| Publication Year | 2558 |
| Keyword | การศึกษาและการสอนภาษาอังกฤษชั้นมัธยมศึกษา, การอ่านภาษาอังกฤษ, หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช |
| Abstract | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐานสำหรับการพัฒนารูปแบบการสอน 2) ศึกษาปัจจัยเชิงสาเหตุ และพัฒนารูปแบบของปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อความสามารถ ในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ 3) วิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันของความสามารถ ในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ และตรวจสอบความสอดคล้องระหว่างโมเดลโครงสร้างองค์ประกอบตามสมมติฐานกับข้อมูลเชิงประจักษ์ 4) พัฒนารูปแบบการสอนอ่านภาษาอังกฤษ เพื่อความเข้าใจ และ 5) ศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบการสอนอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ ใน 2 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ และ 2) ด้านความ พึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอน การวิจัยครั้งนี้ได้ดำเนินการ ตามกระบวนการวิจัยและพัฒนาซึ่งแบ่งออกเป็น 5 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 เป็นการศึกษาข้อมูลพื้นฐานสำหรับการพัฒนารูปแบบการสอน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครูผู้สอนภาษาอังกฤษระดับมัธยมศึกษาตอนต้น สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 2 จำนวน 15 คน ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2557 ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ ระยะที่ 2 เป็นการศึกษาปัจจัยเชิงสาเหตุ และพัฒนารูปแบบของปัจจัยเชิงสาเหตุ ที่มีอิทธิพลต่อความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ ระยะที่ 3 เป็นการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันของความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ ในการวิจัยระยะที่ 2 และ 3 ได้แก่ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 2 จำนวน 340 คน ที่กำลังศึกษาในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2557 ได้มาโดยการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบทดสอบ แบบวัด และแบบสอบถาม ระยะที่ 4 เป็นการพัฒนารูปแบบการสอน และทดลองนำร่อง ใช้เพื่อพิจารณาความเป็นไปได้ในเชิงปฏิบัติ และระยะที่ 5 เป็นการศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบการสอนอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจที่พัฒนาขึ้น การวิจัยในระยะที่ 4 และ 5 นี้เป็นการวิจัยแบบ กึ่งทดลอง กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่กำลังศึกษาในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2557 โรงเรียนบ้านแม่ออกเหนือ จำนวน 20 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม ระยะเวลา ในการดำเนินการวิจัย จำนวน 12 สัปดาห์ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบทดสอบวัดความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ และแบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทำการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ย โดยการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวชนิดวัดซ้ำ ผลการวิจัยพบว่า 1. นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อ ความเข้าใจอยู่ในระดับต่ำ ส่วนสภาพการจัดการเรียนการสอนอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจนั้นผู้สอนได้ใช้บทอ่านที่มีความหลากหลาย มีขั้นตอนการสอน 3 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นนำเสนอ ขั้นปฏิบัติ และขั้นประเมินผล ผลการศึกษาแนวคิดพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนารูปแบบการสอน ประกอบด้วย เอกสารเกี่ยวกับรูปแบบการสอน หลักสูตร การอ่านและการสอนอ่านภาษาอังกฤษ และทฤษฎีการเรียนรู้ 2. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ มี 5 ตัวแปร โดยตัวแปรที่มีอิทธิพลทางตรง ได้แก่ ความรู้พื้นฐานเดิม ตัวแปรที่มีอิทธิพลทั้งทางตรงและทางอ้อม ได้แก่ พฤติกรรมการสอนของครู และเจตคติต่อการอ่านภาษาอังกฤษ และตัวแปรที่มีอิทธิพลทางอ้อม ได้แก่ แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ และมโนภาพแห่งตน ส่วนรูปแบบปัจจัยเชิงสาเหตุที่พัฒนาขึ้นนั้น มีความสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยพิจารณาจากค่าไค-สแควร์ มีค่าเท่ากับ 149.16 ที่องศาอิสระ เท่ากับ 125 ค่าความน่าจะเป็น เท่ากับ 0.08 ดัชนีวัดระดับความกลมกลืน เท่ากับ 0.97 และค่าดัชนีวัดระดับความกลมกลืนที่ปรับแก้แล้ว เท่ากับ 0.97 3. องค์ประกอบของความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ มี 3 องค์ประกอบ ได้แก่ องค์ประกอบที่ 1 ด้านความเข้าใจระดับตัวอักษร มี 7 ตัวบ่งชี้ องค์ประกอบที่ 2 ด้านความเข้าใจระดับตีความ มี 9 ตัวบ่งชี้ และองค์ประกอบที่ 3 ด้านความเข้าใจระดับวิเคราะห์วิจารณ์ มี 7 ตัวบ่งชี้ รวม 23 ตัวบ่งชี้ มีค่าน้ำหนักองค์ประกอบเป็นบวก ตั้งแต่ 0.40-0.87 มีค่าไอเกนอยู่ระหว่าง 5.24-20.38 และมีค่าความแปรปรวนสะสม ร้อยละ 87.96 ส่วนโมเดลโครงสร้างองค์ประกอบที่พัฒนาขึ้นนั้น มีความสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยพิจารณาจากค่าไค-สแควร์ มีค่าเท่ากับ 1381.56 ที่องศาอิสระ เท่ากับ 1282 ค่าความน่าจะเป็น เท่ากับ 0.07 ดัชนีวัดระดับ ความกลมกลืน เท่ากับ 0.88 และค่าดัชนีวัดระดับความกลมกลืนที่ปรับแก้แล้ว เท่ากับ 0.82 4. รูปแบบการสอนที่พัฒนาขึ้น คือ รูปแบบการสอนอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจสำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 2 ซึ่งมี 5 องค์ประกอบ ได้แก่ หลักการ จุดมุ่งหมาย เนื้อหา กระบวนการเรียนการสอน และการวัดและประเมินผล โดยกระบวนการเรียนการสอนมี 3 ขั้นตอน ได้แก่ 1) ขั้นก่อนอ่าน ประกอบด้วย 1.1) ขั้นกระตุ้นและสร้างแรงจูงใจ 1.2) ขั้นพัฒนาความรู้พื้นฐาน 1.3) ขั้นวางแผนการอ่าน 2) ขั้นระหว่างอ่าน ประกอบด้วย 2.1) ขั้นทำความเข้าใจบทอ่าน 2.2) ขั้นอภิปรายแลกเปลี่ยน และ 3) ขั้นหลังอ่าน ประกอบด้วย 3.1) ขั้นนำเสนอผลการอ่าน 3.2) ขั้นเสริมทักษะการอ่าน และ 3.3) ขั้นประเมินผลและแก้ไข 5. ผลการศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบการสอน มีดังนี้ 5.1 นักเรียนมีพัฒนาการทางด้านความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 5.2 นักเรียนมีความพึงพอใจที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการการสอนอยู่ในระดับมากซึ่งมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.31 |
| Language | TH |
| URL Website | https://dataset.vru.ac.th/thesis-research/?preview_id=12585 |
| Website title | vru เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ |