|
ดอกเบี้ยกรณีผิดนัดในหนี้เงิน |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | ดอกเบี้ยกรณีผิดนัดในหนี้เงิน |
| Creator | ภัททิรา แวดาโอะ |
| Contributor | กรศุทธิ์ ขอพ่วงกลาง, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2568 |
| Keyword | ดอกเบี้ยผิดนัด, หนี้เงิน, ค่าเสียหายอื่น, Default interest, Monetary debt, Additional damages |
| Abstract | การค้นคว้าอิสระนี้มุ่งศึกษาปัญหาเกี่ยวกับการกำหนดกรอบอัตราดอกเบี้ยสูงสุดในอัตราดอกเบี้ยผิดนัดในหนี้เงิน การพิสูจน์ค่าเสียหายอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนด และวิเคราะห์ปัญหาเกี่ยวกับการคิดดอกเบี้ยในหนี้เงินที่มีการผ่อนชำระเป็นงวด ตามบทบัญญัติมาตรา 224/1 โดยมุ่งเน้นถึงการคิดดอกเบี้ยและหลักการผิดนัดของลูกหนี้ในหนี้เงิน อย่างไรก็ดี ในทางปฏิบัติกลับพบปัญหาการตีความและการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับขอบเขตของค่าเสียหายดังกล่าว ตลอดจนหลักเกณฑ์ในการเรียกค่าเสียหายอื่นในพฤติการณ์พิเศษ อันอาจนำไปสู่ความไม่แน่นอนและความไม่เป็นธรรมต่อคู่สัญญา ผลการศึกษาพบว่า การกำหนดกรอบอัตราดอกเบี้ยสูงสุด พบว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ยังมีความไม่ชัดเจนของการกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยผิดนัด มีบัญญัติไว้เฉพาะในเรื่องสัญญากู้ยืมเงินเท่านั้น ในกรณีอื่น ๆ นั้นมิได้กำหนดไว้อย่างชัดเจน เปรียบเทียบกับกฎหมายต่างประเทศนั้น พบว่าบทบัญญัติของประเทศต่าง ๆ ยังไม่ได้มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการกำหนดอัตราดอกเบี้ยสูงสุดของอัตราดอกเบี้ยผิดนัดที่คู่สัญญาสามารถตกลงกันไว้ได้เช่นกัน แต่ได้มีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยตามสถานะของเจ้าหนี้ หรือลูกหนี้ แทนการกำหนดกรอบอัตราดอกเบี้ยสูงสุด เนื่องจากดอกเบี้ยที่เรียกเก็บได้จากการการผิดหรือชำระหนี้ล่าช้านั้น จะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามอัตราดอกเบี้ยพื้นฐาน ซึ่งจากการแก้ไขบทบัญญัติในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของไทย ตามมาตรา 7 ได้กำหนดให้อัตราดอกเบี้ยที่มิได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้โดยนิติกรรม หรือ โดยบทกฎหมายอันชัดแจ้งอาจปรับเปลี่ยนให้ลดลงหรือเพิ่มขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจไว้เช่นเดียวกัน ในเรื่องของการพิสูจน์ความเสียหายอื่นนอกเหนือจากดอกเบี้ยผิดนัดนั้น พบว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ไม่ได้บัญญัติไว้โดยตรง แต่ค่าเสียหายอื่นที่จะเรียกได้จะต้องเป็นค่าเสียหายที่ไม่สามารถชดเชยได้ด้วยดอกเบี้ย และในกฎหมายของต่างประเทศมีการแบ่งการคิดค่าเสียหายออกเป็นค่าเสียหายตามปกติ และค่าเสียหายเพิ่มเติมอื่นอันนอกเหนือจากดอกเบี้ย ซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นจะต้องเป็นค่าเสียหายพิเศษที่เกิดขึ้นจากพฤติการณ์ที่ลูกหนี้ควรจะคาดเห็นได้ ในส่วนบทบัญญัติมาตรา 224/1 ซึ่งเป็นการปรับปรุงกฎหมายใหม่ที่กำหนดให้เจ้าหนี้จึงมีสิทธิเรียกดอกเบี้ยผิดนัดเฉพาะในงวดที่ลูกหนี้ผิดนัดเท่านั้นได้สะท้อนความพยายามของรัฐในการคุ้มครองลูกหนี้ไม่ให้ถูกเอาเปรียบจากการผิดนัดเพียงบางงวด แต่ในขณะเดี่ยวกันก็พบปัญหาการปรับใช้และตีความ โดยเฉพาะในเรื่องขอบเขตการใช้บังคับกับสัญญาประเภทต่าง ๆ การค้นคว้าอิสระนี้จึงเสนอให้มีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยโดยใช้เกณฑ์สถานะของคู่สัญญา แทนการกำหนดกรอบอัตราดอกเบี้ยสูงสุด มีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยผิดนัดในกรณีต่างๆ และเพิ่มเติมบทบัญญัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ให้มีความครอบคลุมทุกกรณี รวมถึงการตีความและปรับใช้กฎหมายในเรื่องการพิสูจน์ความเสียหายอื่นเพื่อเรียกค่าเสียหายนอกเหนือจากดอกเบี้ยได้ และการกำหนดหลักเกณฑ์ของการชำระหนี้เงินที่มีกำหนดชำระหนี้เป็นงวดในกรณีต่าง ๆ เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิของเจ้าหนี้และการป้องกันมิให้ลูกหนี้ต้องรับภาระเกินกว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง เพื่อความเป็นธรรมในการบังคับใช้กฎหมายต่อไป |