|
แนวทางการออกแบบพื้นที่ทำงานร่วมกันเพื่อส่งเสริมการรับรู้เชิงประสบการณ์และการรับรู้ที่สนับสนุนผลิตภาพของผู้ใช้งานด้วยแนวคิดประสาทสถาปัตยกรรม (Neuroarchitecture) |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | แนวทางการออกแบบพื้นที่ทำงานร่วมกันเพื่อส่งเสริมการรับรู้เชิงประสบการณ์และการรับรู้ที่สนับสนุนผลิตภาพของผู้ใช้งานด้วยแนวคิดประสาทสถาปัตยกรรม (Neuroarchitecture) |
| Creator | ภูริชญา อินทศร |
| Contributor | ชัยวัฒน์ ริรัตนพงษ์, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2568 |
| Keyword | พื้นที่ทำงานร่วมกัน, การรับรู้สภาพแวดล้อมที่สนับสนุนผลิตภาพในการทำงาน, ประสบการณ์เชิงพื้นที่, แบบจำลองสภาพแวดล้อมเสมือนจริง, Coworking space, Perceived productivity support, Spatial experience, VR simulation |
| Abstract | ปัจจุบันพื้นที่ทำงานร่วมกัน (Coworking Space) ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยการออกแบบไม่ได้มุ่งตอบสนองเพียงฟังก์ชันการใช้งาน แต่ยังมีบทบาทสำคัญต่อประสบการณ์และประสิทธิภาพการทำงานของผู้ใช้งาน อย่างไรก็ตาม ความซับซ้อนของพื้นที่และกิจกรรมที่หลากหลายอาจก่อให้เกิดความรบกวนทางสายตา ส่งผลให้ผู้ใช้งานต้องประมวลผลข้อมูลมากขึ้น กระทบต่อสมาธิ ความพึงพอใจ และการทำงาน ประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิดประสาทสถาปัตยกรรม (Neuroarchitecture) ซึ่งอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างสภาพแวดล้อมทางกายภาพกับการรับรู้และพฤติกรรมของมนุษย์งานวิจัยนี้มุ่งประยุกต์ใช้แนวคิด Neuroarchitecture เพื่อศึกษาว่าองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม ได้แก่ จังหวะทางสายตา (Visual Rhythm) และการไหลเชิงพื้นที่ในระดับมนุษย์ (Human-scale Spatial Flow) มีอิทธิพลต่อการรับรู้เชิงประสบการณ์ และการรับรู้สภาพแวดล้อมที่สนับสนุนผลิตภาพในการทำงาน (Perceived Productivity Support) อย่างไร โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาแนวทางการออกแบบพื้นที่ทำงานร่วมกันที่ส่งเสริมประสบการณ์ของผู้ใช้งานการวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงเปรียบเทียบเพื่อประเมินการรับรู้สภาพแวดล้อมเสมือนจริง (VR Simulation) กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ใช้งานพื้นที่ทำงานร่วมกันที่คัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง เครื่องมือวิจัยประกอบด้วยแบบสอบถามข้อมูลเบื้องต้นและลักษณะการใช้งานพื้นที่ทำงานร่วมกัน แบบประเมินการรับรู้เชิงประสบการณ์ และแบบประเมินการรับรู้สภาพแวดล้อมที่สนับสนุนผลิตภาพในการทำงาน ผลการวิจัยพบว่า จังหวะทางสายตาที่เกิดจากการไล่ระดับของสีและขนาดเฟอร์นิเจอร์ ช่วยสร้างความต่อเนื่องและความน่าสนใจให้กับพื้นที่ ขณะที่การไหลเชิงพื้นที่ในระดับมนุษย์ ซึ่งสัมพันธ์กับความสูงฝ้าเพดานและการมองเห็นพื้นที่โดยรอบอย่างชัดเจน ช่วยให้ผู้ใช้งานรับรู้ถึงความเปิดโล่ง อิสระ และเข้าใจการใช้งานพื้นที่ได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ผลการประเมินยังสะท้อนว่าองค์ประกอบดังกล่าวมีแนวโน้มช่วยสนับสนุนการรับรู้เชิงประสบการณ์เชิงบวก ขณะที่ความสูงของฝ้าเพดานแสดงผลชัดเจนที่สุดต่อการรับรู้ว่าสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสมาธิ ความสบาย และสนับสนุนผลิตภาพในการทำงานของผู้ใช้งาน ผลการศึกษานี้นำไปสู่แนวทางการออกแบบพื้นที่ทำงานร่วมกันที่ช่วยลดความเหนื่อยล้าและส่งเสริมการรับรู้ว่าสภาพแวดล้อมสนับสนุนผลิตภาพในการทำงานของผู้ใช้งาน |