|
การออกแบบระบบจำแนกประเภทและองค์ประกอบของโบราณสถานโดยใช้ machine learning (เทคโนโลยีการเรียนรู้ของเครื่อง) |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การออกแบบระบบจำแนกประเภทและองค์ประกอบของโบราณสถานโดยใช้ machine learning (เทคโนโลยีการเรียนรู้ของเครื่อง) |
| Creator | ณิชชิศา อุปถัมภกสกุล |
| Contributor | ชาวี บุษยรัตน์, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2568 |
| Keyword | โบราณสถาน, การจำแนกภาพ, การตรวจจับวัตถุ, มรดกทางวัฒนธรรม, การเรียนรู้ของเครื่อง, พระนครศรีอยุธยา, Ancient monuments, Image classification, Object detection, Cultural heritage, Machine learning, Phra Nakhon Si Ayutthaya Province |
| Abstract | ประเทศไทยมีโบราณสถานและมรดกทางวัฒนธรรมจำนวนมากที่มีคุณค่าทั้งด้านประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และสถาปัตยกรรม อีกทั้งยังเป็นทรัพยากรสำคัญสำหรับการศึกษา การอนุรักษ์ และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม อย่างไรก็ตาม การนำเสนอข้อมูลโบราณสถานในปัจจุบันยังคงอยู่ในรูปแบบเอกสารหรือป้ายข้อมูลที่เน้นข้อความเป็นหลัก ส่งผลให้ผู้ใช้งานเข้าใจองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมได้ยาก ขาดการมีปฏิสัมพันธ์ และไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้ใช้งานในยุคดิจิทัล นอกจากนี้ งานวิจัยที่เกี่ยวข้องส่วนใหญ่มุ่งเน้นการจำแนกโบราณสถานหรือองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมเฉพาะด้าน ทำให้ยังขาดระบบที่สามารถวิเคราะห์และนำเสนอข้อมูลโบราณสถานได้อย่างครอบคลุมภายในแพลตฟอร์มเดียวงานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบและพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับการจำแนกประเภทและองค์ประกอบของโบราณสถานโดยใช้เทคโนโลยีการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านสถาปัตยกรรมไทยและมรดกทางวัฒนธรรม โดยใช้โบราณ สถานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นกรณีศึกษา ชุดข้อมูลภาพได้มาจากการลงพื้นที่เก็บข้อมูลจริงและแหล่งข้อมูลสาธารณะบนสื่อสังคมออนไลน์ ก่อนนำมาคัดกรอง ติดป้ายกำกับ และเตรียมข้อมูลสำหรับการฝึกสอนโมเดลบนแพลตฟอร์ม Roboflow ซึ่งประกอบด้วยโมเดลสำหรับการจำแนกชื่อโบราณสถาน การตรวจจับประเภทของโบราณสถานและการตรวจจับองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม พร้อมทั้งพัฒนาเว็บแพลตฟอร์มเพื่อแสดงผลการวิเคราะห์และข้อมูลประกอบแบบเชิงโต้ตอบผลการวิจัยพบว่า ระบบสามารถจำแนกชื่อโบราณสถาน ประเภทของโบราณสถาน และองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมจากภาพถ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถแสดงผลการตรวจจับในรูปแบบกรอบระบุตำแหน่งของวัตถุ พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลรายละเอียดของโบราณสถานและจัดเก็บผลการวิเคราะห์ลงฐานข้อมูล เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการข้อมูลและการนำไปใช้ประโยชน์ในอนาคต ผลการประเมินประสิทธิภาพของโมเดลและความพึงพอใจของผู้ใช้งานสะท้อนให้เห็นว่าระบบมีความเหมาะสม สามารถใช้งานได้สะดวก และช่วยส่งเสริมการเรียนรู้เกี่ยวกับโบราณสถานและองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการเรียนรู้ของเครื่องร่วมกับแพลตฟอร์มดิจิทัลในการยกระดับการเข้าถึงองค์ความรู้ด้านมรดกทางวัฒนธรรม ตลอดจนสามารถต่อยอดเพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์ การบริหารจัดการ และการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในอนาคต |