|
สู่เส้นทางศาสตร์แม่มด: เรื่องเล่าว่าด้วยวิถีและตัวตนผู้ใช้ศาสตร์แม่มดในบริบทวัฒนธรรมไทย |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | สู่เส้นทางศาสตร์แม่มด: เรื่องเล่าว่าด้วยวิถีและตัวตนผู้ใช้ศาสตร์แม่มดในบริบทวัฒนธรรมไทย |
| Creator | สิริน สถิตวราทร |
| Contributor | ประกีรติ สัตสุต, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2568 |
| Keyword | ศาสตร์แม่มด, อัตลักษณ์เชิงเรื่องเล่า, พิธีกรรม, ชุมชนแห่งการปฏิบัติ, วัฒนธรรมไทย, Witchcraft, Narrative identity, Ritual, Communities of practice, Thai culture |
| Abstract | วิทยานิพนธ์นี้มุ่งสำรวจลักษณะและองค์ประกอบตัวตนของผู้ระบุตนเองเป็นแม่มดและผู้ใช้ศาสตร์แม่มดภายใต้บริบทวัฒนธรรมไทย วิเคราะห์การนิยามความหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำรงอยู่ของบุคคลกลุ่มดังกล่าวในสังคมไทยร่วมสมัย และศึกษารูปแบบของปฏิบัติการทางความเชื่อและพิธีกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่วัฒนธรรมไทย งานศึกษาใช้แนวทางชาติพันธุ์วรรณนาเชิงเล่าเรื่อง โดยมุ่งเป้าศึกษาผู้ให้ข้อมูลจำนวน 7 คน แบ่งเป็นผู้ใช้ศาสตร์แม่มดที่มีประสบการณ์ 3 คน และสมาชิกกลุ่มผู้ใช้ศาสตร์แม่มด Witch to Witch จำนวน 4 คน เก็บข้อมูลผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึก การสังเกตอย่างมีส่วนร่วมในพื้นที่กายภาพและพื้นที่ดิจิทัล ตลอดจนบันทึกภาคสนามเชิงสะท้อนย้อนคิดของผู้วิจัย และวิเคราะห์ข้อมูลโดยอาศัยแนวคิดเกี่ยวกับอัตลักษณ์เชิงเรื่องเล่า การวางตำแหน่งแห่งที่ พิธีกรรม และชุมชนแห่งการปฏิบัติผลการศึกษาพบว่า ความเป็นแม่มดไม่ได้มีองค์ประกอบตายตัวหรือเกณฑ์กลางที่สามารถใช้ตัดสินว่าบุคคลใดเป็นหรือไม่เป็นแม่มด หากเป็นอัตลักษณ์ที่ก่อร่างและเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องผ่านการร้อยเรียงเรื่องเล่าชีวิต การคัดเลือกและแปลความรู้จากแหล่งต่าง ๆ การปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ความสัมพันธ์กับตัวตนเหนือธรรมชาติและผู้ฝึกฝนคนอื่น การได้รับการยอมรับจากชุมชน และการจัดการขอบเขตของการเปิดเผยตัวตนในแต่ละพื้นที่ ศาสตร์แม่มดจึงไม่ได้มีความหมายเป็นเพียงชุดความเชื่อเกี่ยวกับเวทมนตร์หรือพิธีกรรม แต่ยังทำหน้าที่เป็นภาษาและพื้นที่สำหรับจัดวางประสบการณ์ชีวิตใหม่ ช่วยให้บุคคลสามารถนิยามตนเอง กำหนดขอบเขต เลือกความสัมพันธ์ และตัดสินใจต่อชีวิตของตนได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน ความหมายดังกล่าวไม่ได้ถูกสร้างขึ้นโดยปัจเจกเพียงลำพัง แต่ได้รับการรับฟัง ยืนยัน และต่อรองผ่านความสัมพันธ์ภายในชุมชน รวมถึงการเคลื่อนที่ระหว่างพื้นที่ออนไลน์ พื้นที่กายภาพกึ่งสาธารณะ กลุ่มปิด และพื้นที่ส่วนตัวจากการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงสนามปฏิบัติการทางความเชื่อและพิธีกรรมที่พบสามารถพิจารณาได้อย่างน้อยสามระดับที่ซ้อนทับกัน ได้แก่ ระดับชุมชนกว้างซึ่งสร้างจังหวะร่วมและการมองเห็นของชุมชน ระดับกลุ่มเฉพาะซึ่งอาศัยความไว้วางใจ การดูแล และการเป็นพยานให้แก่กัน และระดับปัจเจกซึ่งผสานอยู่กับกิจวัตรและการดูแลชีวิตประจำวัน ปฏิบัติการเหล่านี้ไม่ได้เป็นการนำรูปแบบจากตะวันตกมาใช้โดยตรง แต่ผ่านการคัดเลือก แปล ทดลอง และปรับให้สอดคล้องกับปฏิทิน ภูมิอากาศ วัตถุดิบ พื้นที่อยู่อาศัย ทรัพยากร และเงื่อนไขชีวิตในประเทศไทย ข้อค้นพบจึงเสนอว่า ศาสตร์แม่มดในบริบทไทยร่วมสมัยไม่ควรถูกลดทอนให้เป็นเพียงวัฒนธรรมตะวันตกที่ถูกนำเข้ามา หรือความเชื่อส่วนบุคคลที่แยกขาดจากสังคม หากเป็นกระบวนการสร้างความหมายทางวัฒนธรรมที่เรื่องเล่า ความรู้ วัตถุ ปฏิบัติการ และความสัมพันธ์ทางสังคมร่วมกันประกอบสร้างทั้งตัวตนและชุมชนขึ้นมา ท่ามกลางสังคมที่ยังมีทั้งการเปิดรับและอคติต่อความเป็นแม่มดดำรงอยู่พร้อมกัน |