|
การกระจายการลงทุนระหว่างประเทศและประสิทธิภาพของพอร์ตการลงทุนในทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs): กรณีศึกษาตลาดประเทศไทยและตลาดประเทศสิงคโปร์ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การกระจายการลงทุนระหว่างประเทศและประสิทธิภาพของพอร์ตการลงทุนในทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs): กรณีศึกษาตลาดประเทศไทยและตลาดประเทศสิงคโปร์ |
| Creator | วรัญญา วิริยสิทธาวัฒน์ |
| Contributor | เอกจิตต์ จึงเจริญ, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2568 |
| Keyword | ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์, การกระจายความเสี่ยงระหว่างประเทศ, การจัดพอร์ตการลงทุน, อัตราผลตอบแทนต่อหน่วยความเสี่ยง, เส้นประสิทธิภาพการลงทุน, Equal weight, Mean-variance optimization, Risk parity, Real Estate investment trusts (REITs), International diversification, Portfolio optimization, Risk- Adjusted return, Efficient frontier |
| Abstract | การศึกษาค้นคว้าอิสระครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาผลการเปรียบเทียบลักษณะการให้ผลตอบแทนและความเสี่ยงในทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) ไทยและสิงคโปร์ รวมถึงประโยชน์จากการกระจายความเสี่ยงจากพอร์ตการลงทุนที่ลงทุนใน REITs ทั้งสอง โดยใช้ข้อมูลดัชนีผลตอบแทนรวมจาก REITs ทั้งสิ้น 38 กอง ตลอดระยะเวลาตั้งแต่ปี 2559-2568 รวมระยะเวลา 10 ปี ผ่านการพิจารณาตัวชี้วัดประสิทธิภาพการลงทุน ได้แก่ อัตราผลตอบแทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และอัตราผลตอบแทนต่อหน่วยความเสี่ยง (Sharpe Ratio) จากการจัดพอร์ตการลงทุนด้วยวิธี Equal Weight, Mean-Variance Optimization และ Risk Parity ทั้งนี้ การศึกษายังรวมถึงการเปรียบเทียบตัวชี้วัดประสิทธิภาพการลงทุนดังกล่าวผ่านการแบ่งช่วงเวลาวิกฤติโควิด-19 นอกจากนี้ ยังพิจารณาถึงการขยายตัวของขอบเขตเส้นประสิทธิภาพการลงทุน (Efficient Frontier) ตามแนวคิดของทฤษฎี Modern Portfolio Theory โดย Markowitz ผลการศึกษาพบว่า อัตราผลตอบแทนของ REITs ไทยและสิงคโปร์รวมถึงพอร์ตผสม ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ อย่างไรก็ตาม ระดับความเสี่ยงมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดย REITs สิงคโปร์มีระดับความเสี่ยงสูงกว่า REITs ไทยอย่างมีนัยสำคัญในวิธี Equal Weight และ Risk Parity สำหรับประสิทธิภาพการลงทุนพบว่า พอร์ตผสมให้ Sharpe Ratio สูงที่สุดในทุกวิธีการจัดพอร์ต โดยเฉพาะในวิธี Mean-Variance Optimization ที่พอร์ตผสมมีประสิทธิภาพเหนือกว่าพอร์ตไทย และวิธี Risk Parity ที่เหนือกว่าพอร์ตสิงคโปร์อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อพิจารณาตามช่วงเวลาวิกฤตพบว่า REITs สิงคโปร์มีความโดดเด่นในการรักษาเสถียรภาพและรักษาระดับผลตอบแทนเป็นบวกได้ในช่วงวิกฤต ขณะที่ REITs ไทยมีศักยภาพในการฟื้นตัวได้ดีกว่าในช่วงหลังวิกฤต นอกจากนี้ การกระจายการลงทุนระหว่างสองประเทศยังช่วยให้ เส้นประสิทธิภาพการลงทุนขยายขอบเขตไปทางซ้ายบน ซึ่งเป็นการยืนยันว่าการรวมสินทรัพย์ที่มีความสัมพันธ์ไม่สมบูรณ์ (Low Correlation) สามารถช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพของพอร์ตการลงทุนได้มากกว่าการลงทุนในประเทศเดียวเพียงอย่างเดียว |