การพัฒนาโปรแกรมให้คำปรึกษาสร้างแรงจูงใจโดยการโคชสุขภาพบนแอปพลิเคชันออนไลน์เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในผู้ที่มีภาวะก่อนเบาหวานอายุ 35-59 ปี อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช
รหัสดีโอไอ
Title การพัฒนาโปรแกรมให้คำปรึกษาสร้างแรงจูงใจโดยการโคชสุขภาพบนแอปพลิเคชันออนไลน์เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในผู้ที่มีภาวะก่อนเบาหวานอายุ 35-59 ปี อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช
Creator ปาลีรัตน์ วงศ์ฤทธิ์
Contributor ศรีเมือง พลังฤทธิ์, ที่ปรึกษา
Publisher มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Publication Year 2568
Keyword ภาวะก่อนเบาหวาน, คำปรึกษาสร้างแรงจูงใจ, โคชสุขภาพ, โปรแกรมสุขภาพออนไลน์, แอปพลิเคชันออนไลน์, การลดความเสี่ยงโรคเบาหวานชนิดที่ 2, Prediabetes, Motivational interviewing, Health coaching, Digital health program, Online applications, Type 2 diabetes risk reduction
Abstract ภาวะก่อนเบาหวานเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญ และสามารถพัฒนาไปสู่โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ภายใน 5 ปี ได้ร้อยละ 28.5–38.9 ในกลุ่มเสี่ยง การพัฒนาโปรแกรมเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงและชะลอการเกิดโรคจึงมีความจำเป็น การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาและความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย พัฒนาโปรแกรม และประเมินประสิทธิผลของโปรแกรมการให้คำปรึกษาสร้างแรงจูงใจร่วมกับการโค้ชสุขภาพผ่านแอปพลิเคชันออนไลน์ สำหรับผู้มีภาวะก่อนเบาหวาน อายุ 35–59 ปี ในอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราชการวิจัยใช้รูปแบบวิจัยและพัฒนา ร่วมกับการวิจัยกึ่งทดลองแบบสองกลุ่ม วัดผลก่อนและหลังการทดลอง แบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 การวิเคราะห์บริบทและความต้องการ ระยะที่ 2 การออกแบบและพัฒนาโปรแกรมและเครื่องมือ และระยะที่ 3 การทดลองใช้และประเมินผลโปรแกรม 12 สัปดาห์ ภายหลังได้รับอนุมัติจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ ดำเนินการระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2567 ถึง 31 สิงหาคม 2568 กลุ่มตัวอย่างผ่านเกณฑ์รวม 68 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 35 คน และกลุ่มควบคุม 33 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา Chi-square test, ANCOVA และ Wilcoxon Signed-Rank test กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05ผลการศึกษาระยะที่ 1 พบว่า ผู้เข้าร่วมทั้ง 3 กลุ่ม จำนวน 36 คน ให้ข้อมูลว่ามีพฤติกรรมเสี่ยงด้านการบริโภคอาหาร ขาดกิจกรรมทางกาย พักผ่อนไม่เพียงพอ และขาดแรงจูงใจต่อเนื่อง โดยต้องการระบบสนับสนุนที่เข้าใจง่าย ยืดหยุ่น และติดตามต่อเนื่องร่วมกับการใช้เทคโนโลยีสุขภาพดิจิทัล ข้อมูลดังกล่าวนำไปสู่การกำหนดองค์ประกอบหลักของโปรแกรม ได้แก่ การให้คำปรึกษาสร้างแรงจูงใจ การโคชสุขภาพ และการติดตามพฤติกรรมผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลระยะที่ 2 เป็นขั้นตอนการพัฒนาโปรแกรมและเครื่องมือรวบรวมข้อมูล 5 ส่วน ได้แก่ ข้อมูลทั่วไป แรงจูงใจ ความเสี่ยงโรคเบาหวาน พฤติกรรมสุขภาพ และความพึงพอใจ โปรแกรมต้นแบบ DMIHC-P ออกแบบโดยผสมผสานการให้คำปรึกษาเชิงจูงใจ การโคชสุขภาพ และเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น การประชุมผ่าน Line การติดตามรายบุคคล และการใช้แอปนับก้าว นับคาร์บ และนับแคลอรี ผ่านการตรวจสอบความตรงของโปรแกรมและเครื่องมือ และเครื่องมือ (IOC = 1.0, (IOC> 0.5) ตามลำดับ และมีค่าความเที่ยงที่ยอมรับได้ (Cronbach’s alpha > 0.7) ก่อนนำไปทดลองใช้ในระยะที่ 3ระยะที่ 3 พบว่า หลังควบคุมอายุ อาชีพ และดัชนีมวลกาย กลุ่มทดลองมีคะแนนแรงจูงใจในการลดความเสี่ยงโรคเบาหวานสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ (F=36.166, p<0.001, ηp²=0.36). 5) โดยมีค่าเฉลี่ยปรับแล้วแตกต่างกัน 22.558 คะแนน (95% CI=15.062, 30.054) และมีคะแนนพฤติกรรมลดความเสี่ยงสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ (F=28.873, p<0.001, ηp²=0.314) โดยแตกต่างกัน 18.4 คะแนน (95% CI=11.557, 25.243) นอกจากนี้ กลุ่มทดลองยังมีคะแนนความเสี่ยงโรคเบาหวานลดลงมากกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ (F=9.579, p=0.003, ηp²=0.13). 2) โดยแตกต่างกัน -2.726 คะแนน (95% CI=-4.486, -0.96 6) ด้านระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหาร (FPG) พบว่าทั้งสองกลุ่มมีแนวโน้มลดลง แต่ไม่พบความแตกต่างระหว่างกลุ่ม (F=0.028, p=0.868) ขณะที่ระดับ HbA1c ของกลุ่มควบคุมลดลงมากกว่ากลุ่มทดลองอย่างมีนัยสำคัญ (F=6.195, p=0.015, ηp²=0.090)ผลการเปรียบเทียบภายในกลุ่มด้วย Wilcoxon Signed-Rank test พบว่า กลุ่มทดลองมีแรงจูงใจ พฤติกรรมลดความเสี่ยง คะแนนความเสี่ยงโรคเบาหวาน และระดับ FPG ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหลังการทดลอง (p<0.05) ขณะที่ระดับ HbA1c ไม่เปลี่ยนแปลง ส่วนกลุ่มควบคุมพบการเปลี่ยนแปลงของแรงจูงใจ ระดับ FPG และ HbA1c อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติสรุปผลการศึกษา โปรแกรม DMIHC-P สามารถเพิ่มแรงจูงใจ ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพ และลดความเสี่ยงโรคเบาหวานในผู้มีภาวะก่อนเบาหวานได้ เหมาะสำหรับประยุกต์ใช้ในระบบบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ อย่างไรก็ตาม การศึกษายังมีข้อจำกัดด้านระยะเวลาติดตาม การรายงานพฤติกรรมด้วยตนเอง และรูปแบบการวิจัยกึ่งทดลอง การศึกษาครั้งต่อไปควรใช้การทดลองแบบสุ่มควบคุมและติดตามผลระยะยาวเพื่อยืนยันผลลัพธ์ทางคลินิกต่อไป
Thammasat University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ