|
กระบวนการ job crafting เพื่อเสริมสร้างสุขภาวะทางจิตของนักแก้ไขการพูด |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | กระบวนการ job crafting เพื่อเสริมสร้างสุขภาวะทางจิตของนักแก้ไขการพูด |
| Creator | กนกพร พรวรรณศิริเวช |
| Contributor | สุรวิทย์ อัสสพันธุ์, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2568 |
| Keyword | กระบวนการ job crafting, สุขภาวะทางจิต, Job crafting process, Psychological well-being |
| Abstract | งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลการจัดกระบวนการ Job Craftingเพื่อเสริมสร้างสุขภาวะทางจิตและศึกษาประสบการณ์หลังการเข้าร่วมกระบวนการของนักแก้ไขการพูดโดยมีผู้เข้าร่วมเป็นนักแก้ไขการพูดที่มีประสบการณ์การทำงานในสถานพยาบาลรัฐบาลอย่างน้อย 1 ปี จำนวน 8 คน มีกระบวนการทั้งหมด 8 หัวข้อ หัวข้อละ 1 ชั่วโมง 30 นาที, 3 ชั่วโมง และ 6 ชั่วโมง การวิจัยนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน โดยเก็บข้อมูลจากการประเมินระดับสุขภาวะทางจิตด้วยมาตรวัดความผาสุกแบบพหุมิติก่อนและหลังการเข้าร่วมกระบวนการ ซึ่งในทุกหัวข้อจะมีการทำแบบประเมินความพึงพอใจและเขียนสะท้อนการเรียนรู้หลังเข้าร่วมกิจกรรม และจะทำการสนทนากลุ่มหลังการเข้าร่วมเพื่อศึกษาประสบการณ์ระหว่างการเข้าร่วมกิจกรรม โดยจะมีการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ และมีการอภิปรายผลทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพจากระดับสุขภาวะทางจิต ผลการประเมินความพึงพอใจ ผลการสะท้อนการเรียนรู้ของผู้เข้าร่วม ประสบการณ์ของผู้เข้าร่วมจากการสนทนากลุ่ม รวมถึงข้อมูลจากการสังเกตการณ์ตลอดกิจกรรมของผู้วิจัยผลการทดลองพบว่า หลังการเข้าร่วมกระบวนการ Job Crafting กลุ่มนักแก้ไขการพูดมีระดับสุขภาวะทางจิตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยระดับของสุขภาวะทางจิตแบบรายองค์ประกอบมีการเปลี่ยนแปลง 2 จาก 6 ด้าน ได้แก่ การมีอิสระในตนเอง และ ความสามารถในการปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อม ซึ่งการข้อมูลจากการทำสนทนากลุ่ม การทำแบบประเมิน และการสังเกตการณ์ของผู้วิจัยในกระบวนการ Job Crafting ทำให้เห็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาวะทางจิตของผู้เข้าร่วม ได้แก่ 1. การได้กลับมาพบกับเพื่อนร่วมวิชาชีพในวงพูดคุยแบบไม่เป็นทางการ 2. การเกิดความรู้สึกปลอดภัยและไว้วางใจกันในกลุ่ม ส่งผลให้ผู้เข้าร่วมกล้าแบ่งปันประสบการณ์ทั้งด้านบวกและด้านลบ 3. การรับรู้ว่าตนเองไม่ได้กำลังเผชิญปัญหาเพียงลำพังช่วยลดความตึงเครียดและสร้างความรู้สึกผ่อนคลาย4. การได้เรียนรู้เรื่องอำนาจในสังคมที่เชื่อมโยงกับประสบการณ์จริง ทำให้ผู้เข้าร่วมปรับมุมมองต่อบทบาทวิชาชีพของตนเอง ขยายมุมมองต่องาน และปรับการรับรู้5.การได้รับการรับฟังอย่างใส่ใจและการถามเพื่อใคร่ครวญส่งผลให้ผู้เข้าร่วมเกิดความเข้าใจตนเองมากขึ้น และ 6. การออกแบบกิจกรรมภายใต้แนวคิด Job Crafting และทฤษฎีการเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลง เอื้ออำนวยให้ผู้เข้าร่วมได้ทบทวนความคิด ความรู้สึกภายในมากกว่าการตัดสินและจัดการปัญหาภายนอกส่งผลให้ผู้เข้าร่วมได้ทำงานกับเสียงภายในตนเองเพื่อนำไปสู่การเรียนรู้และการเปลี่ยนแปลง |