|
ปัญหาการกำหนดกฎหมายที่ใช้บังคับแก่สิทธิและหน้าที่ระหว่างบิดามารดากับบุตร ตามมาตรา 30 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481 |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | ปัญหาการกำหนดกฎหมายที่ใช้บังคับแก่สิทธิและหน้าที่ระหว่างบิดามารดากับบุตร ตามมาตรา 30 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481 |
| Creator | ณโรชา ศรีสุธรรม |
| Contributor | ธนภัทร ชาตินักรบ, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2568 |
| Keyword | การขัดกันของกฎหมาย, สิทธิและหน้าที่ระหว่างบิดามารดากับบุตร, ถิ่นที่อยู่ปกติประโยชน์สูงสุดของเด็ก, ความเสมอภาคระหว่างเพศ, Conflict of laws, Rights and duties between parents and children, Habitual residence, Best interests of the child, Gender equality |
| Abstract | พระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พุทธศักราช 2481 เป็นกฎหมายที่วางหลักเกณฑ์เกี่ยวกับกฎหมายที่ใช้บังคับแก่นิติสัมพันธ์ที่มีองค์ประกอบระหว่างประเทศ และยังคงใช้บังคับมาจนถึงปัจจุบัน แม้ว่าบริบทของสังคมและรูปแบบความสัมพันธ์ในครอบครัวที่มีองค์ประกอบระหว่างประเทศจะเปลี่ยนแปลงไปจากช่วงเวลาที่ตรากฎหมาย ทั้งนี้ มาตรา 30 กำหนดให้สิทธิและหน้าที่ระหว่างบิดามารดากับบุตรชอบด้วยกฎหมายเป็นไปตามกฎหมายแห่งสัญชาติของบิดา ส่วนกรณีเด็กเกิดจากหญิงซึ่งมิได้สมรสกับชาย ให้สิทธิและหน้าที่ระหว่างมารดากับบุตรเป็นไปตามกฎหมายแห่งสัญชาติของมารดา อย่างไรก็ตาม เมื่อรูปแบบของครอบครัวที่มีองค์ประกอบระหว่างประเทศมีความหลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น จึงเกิดข้อพิจารณาว่า การใช้สัญชาติของบิดาหรือมารดาเป็นจุดเกาะเกี่ยวตามบทบัญญัติดังกล่าวยังคงเหมาะสมกับสภาพความสัมพันธ์ระหว่างบิดามารดากับบุตรในปัจจุบันหรือไม่การค้นคว้าอิสระฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหลักเกณฑ์และข้อจำกัดของการกำหนดกฎหมายที่ใช้บังคับตามมาตรา 30 โดยนำหลักประโยชน์สูงสุดของเด็กและสิทธิของเด็กตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ค.ศ. 1989 แนวคิดเรื่องถิ่นที่อยู่ปกติของเด็กตามกรอบอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1996 ว่าด้วยความรับผิดชอบของผู้ปกครองและมาตรการเพื่อคุ้มครองเด็ก ตลอดจนหลักความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติตามกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ มาใช้เป็นกรอบในการพิจารณาความเหมาะสมของหลักเกณฑ์ดังกล่าวและเสนอแนวทางในการปรับปรุงมาตรา 30 โดยการศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงเอกสารผลการศึกษาพบว่า การใช้กฎหมายแห่งสัญชาติของบิดาหรือมารดาตามมาตรา 30 อาจไม่สะท้อนข้อเท็จจริงในการดำรงชีวิตและความสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับรัฐที่เกี่ยวข้องในทางข้อเท็จจริงบางกรณี โดยเฉพาะเมื่อเด็กอาศัยและเติบโตอยู่ในรัฐหนึ่ง ขณะที่มิได้มีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับรัฐเจ้าของสัญชาติของบิดาหรือมารดา หลักประโยชน์สูงสุดของเด็กจึงสามารถใช้เป็นกรอบในการพิจารณาหลักเกณฑ์การกำหนดกฎหมายที่ใช้บังคับได้คำนึงถึงสิทธิ สวัสดิภาพ และข้อเท็จจริงในการดำรงชีวิตของเด็กอย่างเหมาะสมเพียงใด นอกจากนี้ การกำหนดกฎหมายที่ใช้บังคับแตกต่างกันตามเพศและสถานภาพสมรสของบิดามารดายังก่อให้เกิดข้อพิจารณาเกี่ยวกับหลักความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติแนวคิดเรื่องถิ่นที่อยู่ปกติของเด็กภายใต้อนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1996 ว่าด้วยความรับผิดชอบของผู้ปกครองและมาตรการเพื่อคุ้มครองเด็ก พบว่าถิ่นที่อยู่ปกติเป็นจุดเกาะเกี่ยวที่ให้ความสำคัญกับข้อเท็จจริงในการดำรงชีวิตและความสัมพันธ์ของเด็กกับรัฐที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม การนำแนวคิดดังกล่าวมาปรับใช้กับมาตรา 30 จำเป็นต้องคำนึงถึงโครงสร้างของอนุสัญญาและกำหนดหลักเกณฑ์ประกอบให้เหมาะสม ผู้ศึกษาจึงเสนอให้พิจารณาปรับปรุงมาตรา 30 โดยนำแนวคิดเรื่องถิ่นที่อยู่ปกติของเด็กมาใช้เป็นจุดเกาะเกี่ยวในการกำหนดกฎหมายที่ใช้บังคับแก่สิทธิและหน้าที่ระหว่างบิดามารดากับบุตร พร้อมกำหนดหลักเกณฑ์ประกอบเพื่อให้เกิดความชัดเจนในการบังคับใช้กฎหมาย |