|
การศึกษาวัจนกรรมการแสดงความเห็นแย้งของผู้เรียนภาษาไทยชาวจีนตามแนววัจนปฏิบัติศาสตร์อันตรภาษา: กรณีศึกษานักศึกษาชาวจีนจากมณฑลยูนนานและกวางสี |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การศึกษาวัจนกรรมการแสดงความเห็นแย้งของผู้เรียนภาษาไทยชาวจีนตามแนววัจนปฏิบัติศาสตร์อันตรภาษา: กรณีศึกษานักศึกษาชาวจีนจากมณฑลยูนนานและกวางสี |
| Creator | รดารัตน์ ศรีพันธ์วรสกุล |
| Contributor | ณัฐพร พานโพธิ์ทอง |
| Publisher | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| Publication Year | 2562 |
| Keyword | วัจนกรรมการแสดงความเห็นแย้ง, วัจนปฏิบัติศาสตร์อันตรภาษา, ผู้เรียนภาษาไทยชาวจีน, กลวิธีทางภาษา, การถ่ายโอนทางวัจนปฏิบัติศาสตร์, DISAGREEMENT, INTERLANGUAGE PRAGMATICS, CHINESE LEARNERS OF THAI, LINGUISTIC STARTEGIES, PRAGMATIC TRANSFER |
| Abstract | วัจนกรรมการแสดงความเห็นแย้งเป็นประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจในกรณีของผู้เรียนภาษาไทยชาวจีน จากการสังเกตการณ์ในชั้นเรียนและโครงการวิจัยนำร่องแสดงให้เห็นว่าผู้เรียนภาษาไทยชาวจีนมักแสดงความเห็นแย้งคู่สนทนาในปริบทที่ชาวไทยเลือกไม่แสดงวัจนกรรม วิทยานิพนธ์เล่มนี้เป็นการศึกษาตามแนววัจนปฏิบัติศาสตร์อันตรภาษาและวัจนปฏิบัติศาสตร์ข้ามวัฒนธรรม เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามชนิดเติมเต็มบทสนทนาผู้เรียนภาษาไทยชาวจีน ผู้พูดภาษาไทย และผู้พูดภาษาจีน กลุ่มละ 100 คน เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์กลวิธีทางภาษาและนำมาเปรียบเทียบโดยใช้วิธีการทางสถิติ พร้อมทั้งวิเคราะห์การถ่ายโอนทางวัจนปฏิบัติศาสตร์ ผลการศึกษาพบว่าผู้เรียนภาษาไทยชาวจีนและผู้พูดภาษาจีนเลือกที่จะแสดงความเห็นแย้งมากกว่าไม่แสดงวัจนกรรม ซึ่งต่างกับผู้พูดภาษาไทยอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนให้เห็นมุมมองต่อการแสดงความเห็นแย้งที่แตกต่างกันของชาวไทยและชาวจีน อย่างไรก็ตาม เมื่อตัดสินใจแสดงความเห็นแย้ง ทั้งผู้เรียนภาษาไทยชาวจีน ผู้พูดภาษาไทย และผู้พูดภาษาจีน นิยมใช้กลวิธีลดน้ำหนักการแย้งมากกว่ากลวิธีตรงเช่นเดียวกัน สะท้อนให้เห็นถึงลักษณะของสังคมปริบทสูงและการให้ความสำคัญกับการรักษาความสัมพันธ์ระหว่างคู่สนทนา เมื่อเปรียบเทียบความถี่ของกลวิธีที่ใช้พบว่าผู้เรียนภาษาไทยชาวจีน ผู้พูดภาษาไทย และผู้พูดภาษาจีนใช้กลวิธีตรงในความถี่ใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตามผลการศึกษาพบว่าผู้เรียนภาษาไทยชาวจีนใช้กลวิธีลดน้ำหนักการแย้งน้อยกว่าผู้พูดภาษาไทยและผู้พูดภาษาจีนอย่างมีนัยสำคัญ และใช้กลวิธีเสริมมากกว่าผู้พูดภาษาไทยและผู้พูดภาษาจีนอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งผู้วิจัยสันนิษฐานว่าเป็นผลมาจากความสามารถในการใช้ภาษาของผู้เรียน นอกจากนี้ ยังพบว่าลักษณะการใช้ภาษาบางประการของผู้เรียนอาจก่อให้เกิดปัญหาในการปฏิสัมพันธ์ได้ ได้แก่ การใช้คำว่า “ต้อง” และการใช้คำว่า “ไม่ได้” ซึ่งเป็นผลมาจากการถ่ายโอนทางวัจนปฏิบัติศาสตร์ ทำให้ถ้อยคำของผู้เรียนไม่สื่อเจตนาตามที่ต้องการ นอกจากนี้ยังพบว่าผู้เรียนภาษาไทยชาวจีนใช้คำลงท้ายแสดงสถานภาพไม่เหมาะสมทั้งในด้านความถี่และสถานภาพของคู่สนทนา ส่งผลให้การใช้ภาษาของผู้เรียนไม่เป็นธรรมชาติ ไม่สุภาพ และดูห่างเหินกับผู้ฟัง |
| URL Website | cuir.car.chula.ac.th |