การศึกษาความสัมพันธ์ของระดับการติดสีสารมิวซินในชิ้นเนื้อของผู้ป่วยโรคผื่นผิวหนังลูปัสอีริย์ธีมาโตซัส ชนิดดิสคอยด์ กับการเป็นการเป็นโรคลูปัสอีริย์ทีมาโตซัสทั่วร่างในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
รหัสดีโอไอ
Title การศึกษาความสัมพันธ์ของระดับการติดสีสารมิวซินในชิ้นเนื้อของผู้ป่วยโรคผื่นผิวหนังลูปัสอีริย์ธีมาโตซัส ชนิดดิสคอยด์ กับการเป็นการเป็นโรคลูปัสอีริย์ทีมาโตซัสทั่วร่างในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
Creator เบญจพร ศรีสันติธรรม
Contributor เจตน์ วิทิตสุวรรณกุล, ภาวิณี ฤกษ์นิมิต
Publisher จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Publication Year 2560
Keyword มิวซิน, เอสแอลอี, ผิวหนัง -- โรค, Mucins, Systemic lupus erythematosus, Skin -- Diseases
Abstract ที่มา: การติดสีของสารมิวซินในชั้นหนังแท้เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่ใช้ช่วยในการวินิจฉัยโรคผื่นผิวหนังลูปัสอีริย์ทีมาโตซัส ชนิดดิสคอยด์ และในการะบวนเกิดโรค สารมิวซินในชั้นหนังแท้เป็นสิ่งที่ทำให้ผื่นผิวหนังอักเสบมากขึ้น อย่างไรก็ตามยังไม่เคยมีการศึกษาว่าการติดสีของสารมิวซินเป็นปัจจัยบอกการเกิดโรคลูปัสอีริย์ทีมาโตซัสทั่วร่างในผู้ป่วยมาก่อนวัตถุประสงค์:  ต้องการศึกษาความสามารถในการพยากรณ์การเกิดโรคลูปัสอีริย์ทีมาโตซัสทั่วร่าง (เอสแอลอี) ในผู้ป่วยโรคผื่นผิวหนังลูปัสอีริย์ทีมาโตซัส ชนิดดิสคอยด์ โดยใช้ระดับการติดสีของสารมิวซินในชั้นหนังแท้เป็นงานวิจัยแบบ exploratory study เพื่อมุ่งหวังงานวิจัยต่อยอดวิธีการศึกษา: การวิจัย ณ จุดเวลาใดเวลาหนึ่ง โดยการสืบค้นผู้ป่วยที่วินิจฉัยว่าเป็นโรคผื่นผิวหนังลูปัสอีริย์ทีมาโตซัส ชนิดดิสคอยด์จากการผลพยาธิวิทยา ตั้งแต่ปี 2554-2560  จำนวน 77 คน ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย นำชิ้นเนื้อมาย้อมสี H&E, PAS, Alcian blue เพื่อยืนยันการวินิจฉัย และประเมินการติดสีมิวซินจากชั้น  papillary dermis, supficial reticular dermis, deep reticular dermis โดยให้คะแนน 0-3 ในแต่ละชั้น (mucin score) หลังจากนั้นเก็บข้อมูลการวินิจฉัยโรคลูปัสอีริย์ทีมาโตซัสทั่วร่างและผลทางห้องปฏิบัติการของผู้ป่วยจากเวชระเบียนผลการศึกษา: : พบผู้ป่วยโรคผื่นผิวหนังลูปัสอีริย์ทีมาโตซัส ชนิดดิสคอยด์อย่างเดียว จำนวน 49 คน ผู้ป่วยโรคผื่นผิวหนังลูปัสอีริย์ทีมาโตซัส ชนิดดิสคอยด์ที่พัฒนาเป็นโรคลูปัสอีริย์ทีมาโตซัสทั่วร่าง จำนวน 8 คน ผู้ป่วยโรคลูปัสอีริย์ทีมาโตซัสทั่วร่างที่มีผื่นผิวหนังลูปัสอีริย์ทีมาโตซัสชนิดดิสคอยด์ภายหลัง จำนวน 5 คน และผู้ป่วยโรคลูปัสอีริย์ทีมาโตซัสทั่วร่างที่มีผื่นผิวหนังลูปัสอีริย์ทีมาโตซัสชนิดดิสคอยด์ พร้อมกันขณะวินิจฉัย จำนวน 15 คน พบว่าค่าเฉลี่ยของการติดสีสารมิวซิน [OR=0.97 (95%CI0.49-1.92)] ค่าสูงสุดของการติดสีสารมิวซิน [OR=0.98 (95%CI0.6-1.58)] การติดสีของสารมิวซินแต่ละชั้นหนังแท้ [Papillary dermis : OR=0.7 (95%0.31-1.57), Superficial reticular dermis: OR=1.06 (95%CI0.62-1.85), Deep reticular dermis: OR=1.04 (95%CI0.64-1.66)] และการพบการติดสีของสารมิวซิน [OR=1.01 (95%CI0.31-3.32]  ในชิ้นเนื้อของผู้ป่วยผื่นผิวหนังลูปัสอีริย์ทีมาโตซัสชนิดดิสคอยด์ ไม่สัมพันธ์กับการเป็นโรคโรคลูปัสอีริย์ทีมาโตซัสทั่วร่าง โดยปรับปัจจัยเรื่องของเพศและการกระจายของผื่น นอกจากนี้ยังพบว่าค่าเฉลี่ยของการติดสีสารมิวซินมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญในผู้ป่วยโรคผื่นผิวหนังลูปัสอีริย์ทีมาโตซัสชนิดดิสคอยด์ที่สูบบุหรี่และไม่สูบบุหรี่ (p-value=0.013)สรุปผล: การติดสีของสารมิวซินในชั้นหนังแท้ไม่สามารถใช้ในการพยากรณ์การเกิดโรคลูปัสอีริย์ทีมาโตซัสทั่วร่างในผู้ป่วยโรคผื่นผิวหนังลูปัสอีริย์ทีมาโตซัส ชนิดดิสคอยด์ ได้  การสูบบุหรี่อาจเป็นปัจจัยที่สัมพันธ์กับปริมาณมิวซินในผู้ป่วยโรคผื่นผิวหนังลูปัสอีริย์ทีมาโตซัส ชนิดดิสคอยด์ อย่างไรก็ตามอาจมีปัจจัยจำกัดในเรื่องของจำนวนคนไข้ ความเสื่อมของชิ้นเนื้อ ตำแหน่งที่ตัดชิ้นเนื้อของผู้ป่วย และระยะเวลาติดตามการเกิดโรคโรคลูปัสอีริย์ทีมาโตซัสทั่วร่าง
URL Website cuir.car.chula.ac.th
Chulalongkorn University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ