การศึกษาการสกัดสารประกอบฟีนอลิกจากไข่น้ำและการประยุกต์ใช้สำหรับเครื่องสำอางประเภทเอนแคปซูเลชันอิมัลชัน
รหัสดีโอไอ
Title การศึกษาการสกัดสารประกอบฟีนอลิกจากไข่น้ำและการประยุกต์ใช้สำหรับเครื่องสำอางประเภทเอนแคปซูเลชันอิมัลชัน
Creator จุฬาวรรณ์ ดอกไม้งาม
Contributor พิมพ์พร พลเพชร, ชุติมณฑน์ สถิรพิพัฒน์กุล
Publisher จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Publication Year 2560
Keyword ไข่น้ำ (พืช), สารสกัดจากพืช, สารประกอบฟีนอล, Wolffia globosa, Plant extracts, Phenols
Abstract จุดมุ่งหมายหลักของงานวิจัยนี้เป็นการศึกษาหาสภาวะที่หมาะสมของการสกัดและการพัฒนาการขึ้นรูปไมโครอิมัลชันของไข่น้ำ อิทธิพลของพารามิเตอร์การสกัดต่อค่าผลได้และค่าต้านอนุมูลอิสระของไข่น้ำได้ถูกประเมิน สภาวะที่เหมาะสมของการสกัด คือ อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส เวลา 120 นาที เมื่อใช้สารละลายเอทานอลความเข้มข้น 70 เปอร์เซ็นต์โดยปริมาตร และ อัตราส่วนตัวทำละลายต่อของแข็ง ที่ 15 ต่อ 1 ค่าสูงสุดที่ได้ คือ ค่าผลได้สารประกอบฟีนอลิก (40.23 มิลลิกรัมสมมูลกรดแกลลิกต่อกรัมน้ำหนัก) ค่าผลได้สารฟลาโวนอยด์ (258.09 มิลลิกรัมสมมูลสารเคชินต่อกรัมน้ำหนัก) และค่าความสามารถต้านอนุมูลอิสระ (34.98 มิลลิกรัมสมมูลสารโทล็อกซ์เมื่อวัดด้วยวิธี DPPH) จากผลที่ได้นั้นค่าสัมประสิทธิ์การแพร่ของการสกัดมีค่าในช่วง 6.43 x 10-7 ถึง 1.32 x 10-6 ตารางเมตรต่อวินาที สารสกัดได้ถูกนำมากักเก็บในรูปไมโครอิมัลชันชนิดน้ำมันในน้ำที่ผลิตโดยการใช้เครื่องปั่นความเร็วสูง ผลของปริมาณน้ำมัน ชนิดสารลดแรงตึงผิว ความเข้มข้นของสารลดแรงตึงผิว และเวลาที่ทำให้เกิดอิมัลชันต่อสมบัติทางกายภาพเคมีของไมโครอิมัลชันได้ถูกตรวจสอบ สภาวะที่เหมาะสมในการเตรียมไมโครอิมัลชัน คือ ใช้กรดสเตียริกความเข้มข้น 10 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก สารลดแรงตึงผิวร่วมชนิดผสมระหว่าง TWEEN ® 40 และ Cremophor ® RH40 ในปริมาณ 10 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก และเวลาในการทำให้เกิดอิมัลชัน 15 นาที ไมโครอิมัลชันของไข่น้ำมีขนาดอนุภาค 0.658 ไมโครเมตร ค่าศักย์ซีต้า -47.00 มิลลิโวลต์ และค่าการกระจายตัวของขนาดอนุภาคที่ 0.264 อนุภาคทรงกลมมีค่ากักเก็บมากที่สุดที่ 91.45 เปอร์เซ็นต์
URL Website cuir.car.chula.ac.th
Chulalongkorn University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ