การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างค่าความเสียดทานและค่าความลึกโพรไฟล์เฉลี่ยของผิวทางเพื่อใช้ในการจัดการความเสียดทานของผิวทางในระดับโครงข่าย
รหัสดีโอไอ
Title การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างค่าความเสียดทานและค่าความลึกโพรไฟล์เฉลี่ยของผิวทางเพื่อใช้ในการจัดการความเสียดทานของผิวทางในระดับโครงข่าย
Creator ณภัทร เจนบวรกิจ
Contributor วิศณุ ทรัพย์สมพล
Publisher จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Publication Year 2559
Keyword ผิวทาง, แรงเสียดทาน, Pavements, Friction
Abstract ค่าความเสียดทานเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญในการประเมินความปลอดภัยของสายทาง ปัจจุบันวิธีการเก็บค่าความเสียดทานของผิวทางโดยตรง ยังมีข้อจำกัดด้านเวลาและค่าใช้จ่ายในการเก็บข้อมูล จึงทำให้ไม่สามารถเก็บข้อมูลความเสียดทานของผิวทางทั้งโครงข่ายในระดับประเทศได้ งานวิจัยนี้จึงศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างค่าสัมประสิทธิ์ความเสียดทานผิวทางผ่านตัวแปรดัชนีความเสียดทานสากล (International Friction Index, IFI) และค่าความลึกโพรไฟล์เฉลี่ย (Mean Profile Depth, MPD) เพื่อเสนอแนวคิดในการประยุกต์ใช้ค่า MPD ในการจัดการความเสียดทานของผิวทางในระดับโครงข่ายเนื่องจากค่า MPD สามารถเก็บข้อมูลได้รวดเร็วและประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะสามารถเก็บพร้อมกับค่าดัชนีความขรุขระสากล (Internatioanl Roughness Index, IRI) ด้วยเครื่องมือ Laser Profilometer ได้ จากการศึกษาความสัมพันธ์ของค่า IFI ร่วมกับ MPD จากข้อมูลที่เก็บจากภาคสนาม 300 ข้อมูล และการวิเคราะห์ข้อมูลเพิ่มเติมจากฐานข้อมูลในอดีตของกรมทางหลวง 1,266 ข้อมูล พบว่า ผิวทางที่มี MPD มากกว่า 1.2 มิลลิเมตร จะมีค่า IFI มากกว่า 0.25 ซึ่งเป็นค่าความเสียดทานแนะนำในการปรับปรุงของกรมทางหลวง ที่ระดับความเชื่อมั่น 95% และเมื่อนำข้อมูลสถิติอุบัติเหตุอันเกิดจากลื่นไถลมาพิจารณาร่วมด้วย พบว่า ผิวทางที่มีค่า MPD น้อยกว่าหรือเท่า 1.2 มิลลิเมตร จะมีสถิติการเกิดอุบัติเหตุที่สูงอย่างมีนัยยะสำคัญ ดังนั้นค่า MPD จึงเป็นตัวแปรที่มีความเป็นไปได้ในการนำมาใช้ในการคัดกรองสายทางเบื้องต้น เพื่อลดจำนวนระยะทางการสำรวจด้วยเครื่องมือทดสอบค่าความเสียดทานโดยตรง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนความปลอดภัยของถนนในระดับโครงข่าย
URL Website cuir.car.chula.ac.th
Chulalongkorn University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ