|
การตรวจหาตำแหน่งต่อมพาราไทรอยด์ก่อนการผ่าตัดด้วยวิธีการสร้างภาพแบบร่วม |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การตรวจหาตำแหน่งต่อมพาราไทรอยด์ก่อนการผ่าตัดด้วยวิธีการสร้างภาพแบบร่วม |
| Creator | ริชาลัลน์นภัทร ศรีคร้าม |
| Contributor | พิศิษฎ์ จารุมณีโรจน์, โยธิน รักวงษ์ไทย |
| Publisher | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| Publication Year | 2559 |
| Keyword | ต่อมพาราไทรอยด์ -- การบันทึกภาพด้วยรังสี, รังสีวิทยาทางการแพทย์, Parathyroid glands -- Radiography, Medical, Medical radiology |
| Abstract | วิธีดั้งเดิมทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์ที่ช่วยระบุตำแหน่งต่อมพาราไทรอยด์ที่ผิดปกติก่อนการผ่าตัดคือการถ่ายภาพแนวระนาบด้วยคู่สารเภสัชรังสี 99mTc-MIBI และ 99mTcO−4 ที่ให้ภาพแตกต่างโดยวิธีการลบกันจากการถ่ายภาพสองครั้ง โดยครั้งแรกภาพถ่ายที่ได้จะแสดงทั้งต่อมไทรอยด์และต่อมพาราไทรอยด์ (ภาพคอมบายด์) ขณะที่อีกภาพจะแสดงเพียงต่อมไทรอยด์ (ภาพไทรอยด์) ในงานนี้เราได้พัฒนาการสร้างภาพแตกต่างแบบใหม่ที่อาศัยการจำลองสัญญาณรบกวนแบบพัวซองในภาพและวิธีการประมาณค่าความน่าจะเป็นสูงสุดในการสร้างภาพแตกต่างด้วยวิธีการวนซ้ำโดยใช้ข้อมูลจากทั้งสองภาพร่วมกัน เราได้ยืนยันประสิทธิภาพในการสร้างภาพแตกต่างที่ดีขึ้นด้วยวิธีใหม่นี้เมื่อเทียบกับวิธีดั้งเดิมโดยการศึกษาทั้งในหุ่นจำลองและในผู้ป่วย ในการศึกษาข้อมูลจากหุ่นจำลองเราเก็บข้อมูลภาพถ่ายแนวระนาบที่ไม่มีสัญญาณรบกวนจำนวน 2 ชุด ชุดแรกจากหุ่นจำลองของไทรอยด์ที่ทำขึ้นมาโดยการเติมด้วยสาร 99mTc และชุดที่สองจากลูกปัดที่ชุ่มไปด้วยสาร 99mTc เพื่อแทนต่อมพาราไทรอยด์และมีพื้นหลังเช่นเดียวกับหุ่นจำลองของไทรอยด์ จากนั้นนำข้อมูลภาพถ่ายแนวระนาบทั้งสองชุดมารวมกันเป็นภาพคอมบายด์และปรับจำนวนนับของภาพคอมบายด์และภาพไทรอยด์ให้มีค่าเท่ากับจำนวนนับของภาพถ่ายในคลินิกที่ได้จากคู่สารเภสัชรังสี จากนั้นเราใส่สัญญาณรบกวนแบบพัวซองเพื่อให้ได้ชุดภาพคอมบายด์และภาพไทรอยด์ที่มีสัญญาณรบกวนจำนวนอย่างละ 100 เรียลไลเซชัน เราใช้ทั้งวิธีการลบกันและวิธีการสร้างภาพร่วมเพื่อสร้างภาพแตกต่างและคำนวณหาค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของความชัดที่ตำแหน่งต่อมพาราไทรอยด์ในภาพแตกต่าง สำหรับการศึกษาในผู้ป่วยเราสร้างภาพแตกต่างด้วยทั้งสองวิธีจากข้อมูลผู้ป่วย 30 คนแล้วให้แพทย์อ่านผลเพื่อตรวจจับตำแหน่งของต่อมพาราไทรอยด์ ผลอ่านที่ได้ถูกนำมาสร้างกราฟเส้นโค้งอาร์โอซี จากการศึกษาในหุ่นจำลองเราพบว่าวิธีการสร้างภาพร่วมที่จำนวนรอบที่ 50 ให้ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐานน้อยกว่าวิธีการลบกันอย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05) จากผลของการศึกษาในผู้ป่วย เราพบว่าวิธีการสร้างภาพร่วมที่จำนวนรอบที่ 12 มีพื้นที่ใต้เส้นโค้งอาร์โอซีเทียบกันได้กับวิธีการลบกัน (0.6465 เทียบกับ 0.6362) ในคนไข้กลุ่ม A ซึ่งเป็นคนไข้ที่มีจำนวนต่อมที่ผิดปกติน้อยกว่าสามต่อม แต่ให้พื้นที่ใต้เส้นโค้งอาร์โอซีมากกว่าวิธีการลบกันในคนไข้กลุ่ม B ซึ่งเป็นคนไข้ที่มีจำนวนต่อมที่ผิดปกติอย่างน้อยสามต่อม (0.7205 เทียบกับ 0.6586) และเมื่อใช้ข้อมูลคนไข้ทั้งหมด (0.6957 เทียบกับ 0.6742) เมื่อพิจารณาที่ค่าความจำเพาะอย่างน้อย 0.8 ซึ่งเป็นค่าที่ใช้ในการหาตำแหน่งของต่อมพาราไทรอยด์ที่ผิดปกติ ในทางคลินิก วิธีการสร้างภาพร่วมให้ค่าความไวสูงกว่าวิธีการลบกันในทั้งสองกลุ่ม (0.1852 เทียบกับ 0.1111 และ 0.2647 เทียบกับ 0.1176 ในกลุ่ม A และ B ตามลำดับ) |
| URL Website | cuir.car.chula.ac.th |