|
การวิเคราะห์เงื่อนไขที่เหมาะสมและแนวทางเพื่อส่งเสริมความยึดมั่นผูกพันกับการวิจัยของครูด้วยโมเดลพื้นผิวการตอบสนอง และการวิเคราะห์คอนจอยท์ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การวิเคราะห์เงื่อนไขที่เหมาะสมและแนวทางเพื่อส่งเสริมความยึดมั่นผูกพันกับการวิจัยของครูด้วยโมเดลพื้นผิวการตอบสนอง และการวิเคราะห์คอนจอยท์ |
| Creator | สุรศักดิ์ เก้าเอี้ยน |
| Contributor | วรรณี แกมเกตุ, สังวรณ์ งัดกระโทก |
| Publisher | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| Publication Year | 2558 |
| Keyword | การศึกษา -- วิจัย, การวิเคราะห์คอนจอยท์, Education -- Research, Conjoint analysis (Marketing) |
| Abstract | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการของครูด้านความยึดมั่นผูกพันกับการวิจัย และศึกษาอิทธิพลของปัจจัยด้านความสามารถในการวิจัย ปัจจัยด้านแรงจูงใจ และปัจจัยด้านกระบวนการสนับสนุนจากโรงเรียน ที่มีต่อความยึดมั่นผูกพันกับการวิจัยของครู รวมถึงวิเคราะห์เงื่อนไขที่เหมาะสมของความยึดมั่นผูกพันกับการวิจัยของครู และศึกษาแนวทาง ในการส่งเสริมความยึดมั่นผูกพันกับการวิจัยของครู การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสมวิธีโดยแบ่งการวิจัยออกเป็น 2 ระยะ แต่ละระยะเก็บข้อมูลกับครูระดับชั้นมัธยมศึกษาในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน การวิจัยระยะที่ 1 ประกอบด้วยตัวอย่างจำนวน 851 คน โดยใช้แบบสอบถามสภาพปัญหาและความต้องการในการวิจัยของครู และการสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์โมเดลพื้นผิวการตอบสนอง และการวิเคราะห์เนื้อหา ส่วนการวิจัยระยะที่ 2 ประกอบด้วยตัวอย่างจำนวน 326 คน เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามความคิดเห็นต่อแนวทางการส่งเสริมความยึดมั่นผูกพันกับการวิจัยของครู และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์คอนจอยท์ ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. สภาพปัญหาด้านการยึดมั่นผูกพันกับการวิจัยของครูที่มีความสำคัญ 3 อันดับแรกคือ ครูไม่มีเวลาในการทำวิจัย ไม่มีที่ปรึกษาในการทำวิจัย และขาดแคลนงบประมาณและวัสดุอุปกรณ์ในการทำวิจัยอย่างเพียงพอ ในขณะที่ความต้องการของครูด้าน ความยึดมั่นผูกพันกับการวิจัยที่มีความสำคัญ 3 อันดับแรก ประกอบด้วยการสนับสนุนด้านงบประมาณการทำวิจัย ด้านคำปรึกษาหรือคำแนะนำ และด้านเวลาในการทำวิจัย 2. ผลการวิเคราะห์อิทธิพลของปัจจัยที่ส่งผลต่อความยึดมั่นผูกพันกับการวิจัยของครูพบว่า ความสามารถใน การวิจัยของครู และแรงจูงใจในการทำวิจัยมีอิทธิพลแบบเชิงเส้นต่อความยึดมั่นผูกพันกับการวิจัยของครู ในขณะที่กระบวนการสนับสนุนจากโรงเรียนมีอิทธิพลแบบโค้งพหุนามดีกรี 2 ต่อความยึดมั่นผูกพันกับการวิจัยของครูอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ลักษณะอิทธิพลดังกล่าวนำไปสู่การวิเคราะห์เงื่อนไขที่เหมาะสมของความยึดมั่นผูกพันกับการวิจัยของครูพบว่า ระดับการสนับสนุนจากโรงเรียนแตกต่างกันไปตามระดับความสามารถในการวิจัยและแรงจูงใจในการทำวิจัยของครู 3. แนวทางการสนับสนุนการทำวิจัยของครูที่ครูพึงประสงค์จากการวิเคราะห์คอนจอยท์คือ การกำหนดให้โรงเรียนมีงบประมาณสนับสนุนในการทำวิจัยของครูรายบุคคล มีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้สำหรับครูที่จัดโดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และลดภาระงานส่วนกลาง ภาระการประเมินต่างๆ และงานบริหารของครูลง โดยจัดให้มีผู้รับผิดชอบงานเหล่านี้โดยตรง ส่วนการส่งเสริมด้านการจัดฝึกอบรมเพื่อเสริมความสามารถในการทำวิจัยของครู ครูต้องการหลักสูตรการอบรมแบบระยะสั้น เน้นการฝึกปฏิบัติการเขียนงานวิจัยและการวิเคราะห์ข้อมูล มีการนิเทศติดตามแบบรายกลุ่มหรือรายบุคคล โดยจัดการอบรมตามแนวทางการจัดทำรายงานผลการวิจัยแบบ 5 บท ทั้งนี้ภายหลังจากการตรวจสอบยืนยันรายละเอียดของแนวทางดังกล่าวจากผู้ทรงคุณวุฒิโดยการสนทนากลุ่มสามารถสรุปแนวทางการส่งเสริมความยึดมั่นผูกพันกับการวิจัยของครูได้เป็นโมเดล 3PM ประกอบด้วยแนวทางการสนับสนุนแบ่งเป็น 4 ระยะ คือ 1) ระยะประเมินตนเอง 2) ระยะเตรียมพร้อม 3) ระยะลงมือทำ และ 4) ระยะติดตาม และจำแนกครูออกเป็น 4 กลุ่มตามระดับความสามารถและแรงจูงใจในการทำวิจัย โดยแต่ละกลุ่มมีรายละเอียดในการส่งเสริมความยึดมั่นผูกพันกับการวิจัยของครูแตกต่างกันไปตามเงื่อนไขด้านความสามารถและแรงจูงใจในการทำวิจัยของกลุ่ม |
| URL Website | cuir.car.chula.ac.th |