|
คำประสมแบบเท่าเทียมในภาษาไทย |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | คำประสมแบบเท่าเทียมในภาษาไทย |
| Creator | อลิษา อินจันทร์ |
| Contributor | กิ่งกาญจน์ เทพกาญจนา |
| Publisher | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| Publication Year | 2557 |
| Keyword | สัทศาสตร์, ภาษาไทย, ภาษาไทย -- เสียงวรรณยุกต์, คำ (ภาษาศาสตร์), Phonetics, Thai language, Thai language -- Tone, Word (Linguistics) |
| Abstract | งานวิจัยชิ้นนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์คุณสมบัติทางวากยสัมพันธ์ อรรถศาสตร์และสัทวิทยาของคำประสมแบบเท่าเทียมในภาษาไทย สำหรับคุณสมบัติทางวากยสัมพันธ์ งานชิ้นนี้มุ่งวิเคราะห์องค์ประกอบทางวากยสัมพันธ์ของคำประสมแบบเท่าเทียม สำหรับคุณสมบัติทางอรรถศาสตร์ งานชิ้นนี้มุ่งวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างความหมายของคำประสมแบบเท่าเทียมกับความหมายประจำคำของคำที่เป็นองค์ประกอบ สำหรับคุณสมบัติทางสัทวิทยา งานชิ้นนี้มุ่งวิเคราะห์โครงสร้างพยางค์และเสียงวรรณยุกต์ของคำที่เป็นองค์ประกอบ ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ ในแง่วากยสัมพันธ์ คำประสมแบบเท่าเทียมประกอบด้วยคำอิสระที่มีประเภททางวากยสัมพันธ์เดียวกันจำนวน 2 คำซึ่งเป็นหน่วยหลักทั้งคู่ ไม่สามารถแทรกคำเนื้อหาหรือคำไวยากรณ์ระหว่างองค์ประกอบทั้งสองได้และสลับตำแหน่งไม่ได้ คำประสมแบบเท่าเทียมมีประเภททางวากยสัมพันธ์เหมือนกับคำที่เป็นองค์ประกอบ ได้แก่ คำนาม คำกริยาและคำคุณศัพท์ ในแง่อรรถศาสตร์ คำประสมแบบเท่าเทียมแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ คำประสมแบบเท่าเทียมความหมายเชิงประกอบระดับสูง กลางและต่ำ ทั้งนี้ คำประสมแบบเท่าเทียมความหมายเชิงประกอบระดับสูงมีความหมายคล้ายคลึงกับคำแต่ละคำที่เป็นองค์ประกอบ มักเป็นคำจ่ากลุ่มโดยขยายความหมายผ่านกระบวนการนามนัย คำประสมแบบเท่าเทียมความหมายเชิงประกอบระดับกลาง คือ คำที่มีทั้งความหมายคล้ายคลึงกับองค์ประกอบและคำที่มีความหมายไม่ตรงกับองค์ประกอบซึ่งมีแนวโน้มจะกลายเป็นคำประสมแบบเท่าเทียมความหมายเชิงประกอบระดับต่ำในอนาคต คำประสมแบบเท่าเทียมความหมายเชิงประกอบระดับต่ำ คือ คำที่มีความหมายไม่ตรงกับคำที่เป็นองค์ประกอบส่วนใหญ่และจะถ่ายโยงความหมายข้ามขอบเขตจากรูปธรรมไปสู่นามธรรมโดยขยายความหมายผ่านกระบวนการอุปลักษณ์นามนัย สำหรับคุณสมบัติทางสัทวิทยา โครงสร้างพยางค์ขององค์ประกอบเป็นได้ทั้งพยางค์เป็นและพยางค์ตาย แต่องค์ประกอบท้ายไม่นิยมใช้พยางค์ตาย ดังนั้น น้ำหนักพยางค์ของคำประสมแบบเท่าเทียมส่วนใหญ่เกิดจากรูปแบบพยางค์ไม่เน้น – พยางค์เน้นตามหลักการเน้นเสียง ในด้านเสียงวรรณยุกต์ของคำที่เป็นองค์ประกอบ พบคู่เสียงวรรณยุกต์โท – สามัญเป็นจำนวนมากที่สุด ส่วนคู่เสียงวรรณยุกต์ที่ไม่พบ ได้แก่ คู่เสียงวรรณยุกต์สามัญ – ตรี คู่เสียงวรรณยุกต์จัตวา – ตรี และคู่เสียงวรรณยุกต์สามัญ – เอก |
| URL Website | cuir.car.chula.ac.th |