|
ความสัมพันธ์ระหว่างความหลากหลายทางพันธุกรรมของยีน HLA-DPA1, IL28B, IFNL4 และ IP-10 กับการตอบสนองต่อการรักษาด้วยยากลุ่มเพคอินเตอร์เฟอรอนในผู้ป่วยไทยที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีแบบเรื้อรัง |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | ความสัมพันธ์ระหว่างความหลากหลายทางพันธุกรรมของยีน HLA-DPA1, IL28B, IFNL4 และ IP-10 กับการตอบสนองต่อการรักษาด้วยยากลุ่มเพคอินเตอร์เฟอรอนในผู้ป่วยไทยที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีแบบเรื้อรัง |
| Creator | อุมาพร ลิโมทัย |
| Contributor | ยง ภู่วรวรรณ, พิสิฐ ตั้งกิจวานิชย์ |
| Publisher | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| Publication Year | 2557 |
| Keyword | ตับอักเสบบี -- การรักษา, ไวรัสตับอักเสบบี, แอนติเจนตับอักเสบบี, Hepatitis B -- Treatment, Hepatitis B virus, Hepatitis associated antigen, Single nucleotide polymorphisms, HLA histocompatibility antigens |
| Abstract | การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีแบบเรื้อรัง (Chronic Hepatitis B, CHB) เป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญ ปัจจุบันยาหลักที่ใช้ในการรักษา CHB คือ pegylated interferon (PEG-IFN) มีหลักฐานจำนวนมากที่แสดงให้เห็นว่าการตอบสนองต่อการรักษาสัมพันธ์กับปัจจัยทางพันธุกรรมของผู้ป่วย การวิจัยนี้จึงมีจุดมุ่งหมายเพื่ออธิบายความสัมพันธ์ระหว่างความหลากหลายทางพันธุกรรมของผู้ป่วย (single nucleotide polymorphisms ,SNPs) และการตอบสนองต่อการรักษาด้วยยากลุ่ม PEG-IFN ในผู้ป่วย CHB โดยทำการตรวจวิเคราะห์ SNPs ในบริเวณยีน Human leukocyte antigen-DPA1 (HLA-DPA1) ตำแหน่ง rs3077 และยีน Interferon lambda 4 (IFNL4) ตำแหน่ง ss469415590 ด้วยวิธี TaqMan probe real-time PCR และตรวจวิเคราะห์ SNPs บริเวณโปรโมเตอร์ของยีน IFN-γ induces protein 10 (IP-10) ตำแหน่ง G-201A และยีน Interleukin-28B (IL28B) ตำแหน่ง rs12979860 ด้วยวิธี Polymerase chain reaction- restriction fragment length polymorphism (PCR-RFLP) ในกลุ่มผู้ป่วย CHB ที่ได้รับการรักษาด้วยยา PEG-IFN เป็นเวลา 48 สัปดาห์ โดยผู้ป่วยกลุ่ม HBeAg-positive CHB การตอบสนองต่อการรักษา (Virological response, VR) หมายถึง การเกิด HBeAg seroconversion และระดับ HBV DNA <2,000 IU/mL ทื่ 24 สัปดาห์หลังจากหยุดยา และในผู้ป่วยกลุ่ม HBeAg-negative CHB การตอบสนองต่อการรักษาหมายถึง ระดับ HBV DNA <2,000 IU/mL ทื่ 48 สัปดาห์หลังจากหยุดยา จากการวิเคราะห์ข้อมูลผู้ป่วยทั้งหมด 254 ราย โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ HBeAg-positive CHB จำนวน 107 ราย และ HBeAg-negative CHB จำนวน 147 ราย พบว่าผู้ป่วยกลุ่ม HBeAg-positive CHB SNP บริเวณโปรโมเตอร์ของยีน IP-10 ตำแหน่ง G-201A จีโนไทป์ GG สัมพันธ์กับการเกิด VR และระดับ IP-10 ในซีรั่มก่อนการรักษา ในขณะที่ SNPs ในบริเวณยีน HLA-DPA1, IL28B และ IFNL4 ไม่มีความสัมพันธ์กับการเกิด VR จากการวิเคราะห์ในผู้ป่วยกลุ่ม HBeAg-negative CHB พบว่า SNP ในบริเวณยีน HLA-DPA1 ตำแหน่ง rs3077 จีโนไทป์ GG สัมพันธ์กับการเกิด VR และการเกิด HBsAg clearance ในขณะที่ SNP บริเวณโปรโมเตอร์ของยีน IP-10 ตำแหน่ง G-201A จีโนไทป์ GG ไม่สัมพันธ์กับการเกิด VR แต่สัมพันธ์กับระดับ Alanine Aminotransferase (ALT) ก่อนการรักษา และพบว่า SNPs ในบริเวณยีน IL28B และ IFNL4 ไม่มีความสัมพันธ์กับการเกิด VR ดังนั้นการค้นพบเหล่านี้จึงเป็นหลักฐานสำคัญที่บ่งชี้ว่า SNP ตำแหน่ง G-201A ของยีน IP-10 สัมพันธ์กับ VR ในผู้ป่วย HBeAg-positive CHB และ SNP ตำแหน่ง rs3077 ของยีน HLA-DPA1 สัมพันธ์กับ VR ในผู้ป่วย HBeAg-negative CHB ซึ่งอาจช่วยในการระบุตัวพยากรณ์ (predictors) ผลการรักษาซึ่งเป็นการลดค่าใช้จ่ายและผลข้างเคียงจากการรักษาด้วยยากลุ่ม PEG-IFN ได้ |
| URL Website | cuir.car.chula.ac.th |