|
การสร้างรากฝอยในป่าชายเลนรุ่นสอง จังหวัดตราด |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การสร้างรากฝอยในป่าชายเลนรุ่นสอง จังหวัดตราด |
| Creator | ธัญลักษณ์ เจริญพรภักดี |
| Contributor | ศศิธร พ่วงปาน, พิพัฒน์ พัฒนผลไพบูลย์ |
| Publisher | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| Publication Year | 2557 |
| Keyword | ป่าชายเลน -- ไทย -- ตราด, ราก (พฤกษศาสตร์), ผลผลิตปฐมภูมิ (ชีววิทยา), Mangrove forests -- Thailand -- Trat, Roots (Botany), Primary productivity (Biology) |
| Abstract | พืชป่าชายเลนมีการเคลื่อนย้ายมวลชีวภาพไปสะสมในรากเป็นปริมาณมาก เป็นเหตุให้รากมีความสำคัญต่อการประมาณค่าผลผลิตสุทธิขั้นปฐมภูมิในระบบนิเวศป่าชายเลน หากแต่รากฝอย (ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางน้อยกว่าหรือเท่ากับ 2 มม.) ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนสูงกว่า 50% ของมวลชีวภาพรากทั้งหมดนั้นยังมีการศึกษาอยู่น้อย การศึกษาครั้งนี้จึงมีความสนใจที่จะศึกษาการสร้างรากฝอยของป่าชายเลนรุ่นสอง บริเวณปากแม่น้ำตราด ในแปลงศึกษาถาวรขนาด 50×120 ตร.ม. ที่พบการแบ่งเขตพันธุ์ไม้จากริมฝั่งเข้าไปในแผ่นดินตามลำดับ ได้แก่ เขตไม้แสม ไม้โกงกาง และไม้ตะบูน โดยการศึกษามวลชีวภาพรากใต้ดินด้วย soil core พบว่ามวลชีวภาพรากมีค่ามากที่สุดในเขตไม้โกงกาง รองลงมาคือไม้แสม และไม้ตะบูน ซึ่งสัดส่วนมวลชีวภาพรากขนาดต่าง ๆ มีความแตกต่างกันในแต่ละเขตพันธุ์ไม้ ศึกษาผลผลิตรากฝอยด้วยวิธี ingrowth core ทุก ๆ 2 เดือน เป็นเวลา 1 ปี (เดือนกุมภาพันธ์ 2556 ถึง 2557) พบว่ามวลชีวภาพรากฝอยที่ถูกสร้างขึ้นภายใน ingrowth core ในเขตไม้แสมมีค่าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 2 เดือนแรกของการทดลอง จากนั้นจะมีค่าเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขณะที่มวลชีวภาพรากฝอยในเขตไม้โกงกางและไม้ตะบูนเพิ่มขึ้นอย่างช้าในช่วงแรก แล้วมีค่าสูงขึ้นอย่างมากเมื่อสิ้นสุดการทดลอง เมื่อรากเหล่านี้ตายลงจะเกิดการสะสมของซากรากขึ้นภายใน ingrowth core ซึ่งมวลซากรากที่สะสมภายใน ingrowth core มีค่าเพิ่มขึ้นตามระยะห่างจากริมฝั่งแม่น้ำ อีกทั้งยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเมื่อมวลชีวภาพรากฝอยที่พบภายใน ingrowth coregr เพิ่มขึ้นในเขตไม้โกงกางและไม้ตะบูน อัตราการผลิตรากฝอยที่คำนวณได้แสดงให้เห็นว่าในช่วงระยะเวลา 1 ปีที่ศึกษา อัตราการผลิตรากฝอยมีค่าลดลงในเขตไม้แสมแต่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในเขตไม้โกงกางและไม้ตะบูน คิดเป็นผลผลิตรากฝอยในรอบปีมีค่าเท่ากับ 428.80 1659.27 และ 1254.71 กรัม/ตร.ม. ในเขตไม้แสม ไม้โกงกาง และไม้ตะบูน ตามลำดับ ซึ่งมีค่าสูงกว่าผลผลิตรากที่ได้จากการประมาณโดยสมการแอลโลเมตรี ความแตกต่างของมวลชีวภาพ มวลซากราก รวมทั้งอัตราการผลิตรากฝอยในแต่ละเขตพันธุ์ไม้สามารถอธิบายได้จากลักษณะสัณฐานวิทยาของรากพืชแต่ละชนิด โครงสร้างป่า ตลอดจนปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่ต่างกันในแต่ละเขตพันธุ์ไม้ โดยพบว่าผลผลิตรากฝอยมีความสัมพันธ์เชิงลบกับอุณหภูมิและความหนาแน่นรวมของดิน อัตราการเวียนกลับของรากฝอยมีค่ามากที่สุดในเขตไม้ตะบูน (1.49 รอบ/ปี) โดยมีค่าเท่ากับ 1.15 และ 0.98 รอบ/ปี ในเขตไม้โกงกาง และไม้แสม ตามลำดับ การศึกษาครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าอัตราการผลิตรากฝอยในป่าชายเลนมีค่าค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับระบบนิเวศป่าบก อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของคาร์บอนในรากฝอยที่มีต่อการหมุนเวียนคาร์บอนในป่าชายเลน |
| URL Website | cuir.car.chula.ac.th |