|
วิธีวัดสมรรถนะของงานเสียบสายไฟเข้าหัวเชื่อมสายไฟของสายไฟในรถยนต์ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | วิธีวัดสมรรถนะของงานเสียบสายไฟเข้าหัวเชื่อมสายไฟของสายไฟในรถยนต์ |
| Creator | ธีรภัทร์ ประยุง |
| Contributor | ไพโรจน์ ลดาวิจิตรกุล |
| Publisher | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| Publication Year | 2557 |
| Keyword | รถยนต์ -- การเดินสายไฟฟ้า, การเดินสายไฟฟ้า, การวางแผนการผลิต, Automobiles -- Electric wiring, Electric wiring, Production planning |
| Abstract | ในการประกอบชุดสายไฟสำหรับรถยนต์ขึ้นมาหนึ่งชุด จะต้องใช้สายไฟจำนวน 300-400 เส้น ซึ่งมีหลากหลายสีประกอบเข้ากับหัวเชื่อมสายไฟที่มีหลายชนิด โดยอาศัยการทำงานของคนเป็นหลัก เมื่อรูปแบบในการทำงานมีหลากหลายรวมทั้งปริมาณการผลิตที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้เกิดข้อผิดพลาดจากการประกอบสายไฟเข้ากับหัวเชื่อมสายไฟเป็นประจำ ทำให้เสียเวลาในการซ่อมแก้ไขค่อนข้างนาน เสียโอกาสในการผลิตและกระทบต่อต้นทุนในการผลิต งานวิจัยนี้ได้ประยุกต์แนวคิดของ Fitts’ Law เพื่อหาตัวชี้วัดการประเมินการทำงานที่เรียกว่าสมรรถนะของฟิตส์ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ประโยชน์ต่อการวางแผนการผลิต โดยที่ผู้เข้าร่วมการทดลองจำนวน 20 คน มีประสบการณ์แตกต่างกันตั้งแต่ 0 ถึง 5 ปี ทำการทดลองที่มีรูปแบบงาน 99 รูปแบบ (33 สีสายไฟ x 3 ชนิดหัวเชื่อมสายไฟ) โดยกำหนดจุดประสงค์ให้ต้องทำงานให้เร็วที่สุดโดยไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด จากนั้นใช้ค่าสมรรถนะที่ได้จากการทดลองไปใช้เป็นเกณฑ์ในการกำหนดความเร็วในการการผลิตใหม่ ผลวิเคราะห์เปรียบเทียบจำนวนของเสียจากความเร็วสายพานที่ 0.66, 0.75, 0.90 และ 1.0 เมตรต่อนาที กับความสูญเสียโดยรวมจากการปรับความเร็วสายพาน พบว่าการปรับความเร็วสายพานต่ำกว่า 0.85 เมตรต่อนาที ทำให้ของเสียน้อยลงแต่จะได้ผลผลิตที่ต่ำลงมากด้วยทำให้ไม่คุ้มต่อการผลิต และพบว่าความเร็วสายพานที่ 0.94 เมตรต่อนาที มีต้นทุนต่ำที่สุดโดยเปรียบเทียบต้นทุนระหว่างการซ่อมของเสียกับเวลาในการซ่อม แต่ความเร็วระดับดังกล่าวจะเหมาะสมกับพนักงานที่มีประสบการณ์ตั้งแต่ 4-5 ปี ทำให้ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงที่พนักงานในสายการผลิตที่ส่วนใหญ่มีประสบการณ์เพียง 2 ปี ดังนั้นเมื่อพิจารณาความสูญเสียโดยรวมกับปัจจัยด้านประสบการณ์แล้วความเร็วของสายพานควรจะอยู่ที่ระดับความเร็ว 0.85-0.90 เมตรต่อนาที |
| URL Website | cuir.car.chula.ac.th |