ผลของ Antimicrobial Stewardship Program ต่อความเหมาะสมของการใช้ยาต้านจุลชีพ
รหัสดีโอไอ
Title ผลของ Antimicrobial Stewardship Program ต่อความเหมาะสมของการใช้ยาต้านจุลชีพ
Creator มรกต อนันต์วัฒนกิจ
Contributor ธิติมา เพ็งสุภาพ, ธีระพงษ์ ตัณฑวิเชียร, ชาญกิจ พุฒิเลอพงศ์
Publisher จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Publication Year 2557
Keyword การดื้อยาในจุลินทรีย์, Drug resistance in microorganisms
Abstract วัตถุประสงค์: เปรียบเทียบร้อยละความเหมาะสมในการสั่งใช้ และปริมาณการใช้ยาต้านจุลชีพ ก่อนและหลังการดำเนินงาน Antimicrobial Stewardship Program (ASP) เมื่อมีและไม่มีเภสัชกร วิธีดำเนินการวิจัย: ทำการวิจัยรูปแบบ Retrospective cohort study เพื่อประเมินผลของการดำเนินการ Antimicrobial stewardship programs (ASP) ทำการเปรียบเทียบความแตกต่างของความเหมาะสมในการสั่งยาในกลุ่ม 3rd generation cephalosporins, Beta lactam/beta lactamase inhibitors (BLBIs) และ carbapenems ที่กำหนดให้ต้องติดตามการใช้ รวมทั้งปริมาณการใช้ยาในรูป Define daily dose ต่อ 1,000 วันนอน (DDD/1,000 วันนอน) ก่อนดำเนินการ ASP และหลังดำเนินการ ASP โดยมีและไม่มีเภสัชกรร่วมปฏิบัติงาน ด้วยการทบทวนเวชระเบียนย้อนหลัง ผลการวิจัย: จากตัวอย่างใบสั่งยาที่ผ่านเกณฑ์คัดเข้ามีจำนวนทั้งหมด 592 ใบ ของผู้ป่วยจำนวน 445 คน พบว่า ปีที่มีเภสัชกรร่วมในการดำเนินงาน ASP มีสัดส่วนใบสั่งยาต้านจุลชีพที่สั่งใช้อย่างเหมาะสมมากที่สุด เท่ากับ ร้อยละ 89.2 รองลงมาคือปีที่มีการดำเนินงาน ASP โดยไม่มีเภสัชกรเข้าร่วม เท่ากับ ร้อยละ 78.2 และน้อยที่สุดคือปีที่ยังไม่มีการดำเนินงาน ASP เท่ากับ ร้อยละ 77.9 โดยสัดส่วนของทั้ง 3 ช่วง มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญที่ค่า p = 0.011 ส่วนในด้านปริมาณการใช้ยาพบว่า ยากลุ่ม BLBIs มีปริมาณลดลงหลังดำเนินการ ASP ทั้งมีและไม่มีเภสัชกร (p = 0.045) แต่ยากลุ่ม carbapenems กลับมีแนวโน้มปริมาณการใช้สูงขึ้น โดยเฉพาะ imipenem ที่เพิ่มสูงขึ้นหลังดำเนินการ ASP และสูงที่สุดในปีที่มีเภสัชกรร่วมดำเนินงาน (p = 0.046) ซึ่งอาจมีสาเหตุจากการดื้อยาที่มีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเฉพาะเชื้อ Escherichia coli และ Klebsiella pneumoniae ที่ผลิตเอนไซม์ Extended spectrum betalactamase (ESBL) อย่างไรก็ตามหลังดำเนินการ ASP และหลังจากมีเภสัชกรร่วมดำเนินงานปริมาณการใช้โดยรวมมีแนวโน้มลดลงเล็กน้อย แต่ไม่มีนัยสำคัญทางสถิต สรุปผลการวิจัย: ASP ช่วยเพิ่มความเหมาะสมในการสั่งใช้ยา โดยเฉพาะในด้านขนาดยา และเพิ่มสูงขึ้นอีกเมื่อมีเภสัชกรร่วมดำเนินงาน แต่ในด้านปริมาณการใช้ยาโดยรวมพบว่าลดลงเพียงเล็กน้อย หลังเริ่มดำเนินการ ASP ทั้งมีและไม่มีเภสัชกร โดย carbapenems กลับมีปริมาณการใช้สูงขึ้น ซึ่งอาจเป็นผลจากอัตราการดื้อยาของเชื้อที่สูงขึ้น
URL Website cuir.car.chula.ac.th
Chulalongkorn University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ