คุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยที่เกิดจากพื้นที่สีเขียวภายในโครงการหมู่บ้านจัดสรร ระดับราคาปานกลาง กรณีศึกษา: โครงการเพอร์เฟค เพลส รัตนาธิเบศร์ และโครงการเพอร์เฟค เพลส ราชพฤกษ์
รหัสดีโอไอ
Title คุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยที่เกิดจากพื้นที่สีเขียวภายในโครงการหมู่บ้านจัดสรร ระดับราคาปานกลาง กรณีศึกษา: โครงการเพอร์เฟค เพลส รัตนาธิเบศร์ และโครงการเพอร์เฟค เพลส ราชพฤกษ์
Creator ไอริณ ภานุวัฒน์วนิชย์
Contributor กุณฑลทิพย พานิชภักดิ์, จามรี อาระยานิมิตรสกุล
Publisher จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Publication Year 2557
Keyword พื้นที่สาธารณะ -- กรุงเทพฯ -- เพอร์เฟค เพลส รัตนาธิเบศร์, คุณภาพชีวิต, สวนสาธารณะ, กฎหมายที่ดิน -- ไทย, เพอร์เฟค เพลส รัตนาธิเบศร์, Public spaces -- Bangkok -- Perfect Place Rattanathibet, Quality of life, Parks, Land use -- Law and regislation -- Thailand, Perfect Place Rattanathibet
Abstract พื้นที่สีเขียวภายในหมู่บ้านจัดสรรมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทที่ให้ความสำคัญกับการจัดให้มีพื้นที่สีเขียวภายในโครงการเพื่อคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย แต่ยังไม่เคยติดตามผล การวิจัยนี้จึงต้องการศึกษาว่าพื้นที่สีเขียวส่งผลต่อคุณภาพชีวิตตรงตามวัตถุประสงค์ที่บริษัทฯกำหนดหรือไม่ โดยทำการ ศึกษาแนวคิด วัตถุประสงค์ และองค์ประกอบทางกายภาพของพื้นที่สีเขียว ศึกษาผลจากพื้นที่สีเขียวที่มีต่อคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย เสนอแนะแนวทางการจัดทำพื้นที่เขียวที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยมากกว่าในปัจจุบัน โดยทำการศึกษาพื้นที่สีเขียวในโครงการเพอร์เฟค เพลส รัตนาธิเบศร์(PP-RTB)และโครงการ เพอร์เฟค เพลส ราชพฤกษ์(PP-RP) ใช้วิธีการเก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์, การสังเกต และการใช้แบบสอบถาม การศึกษาพบว่า บริษัทฯมีวัตถุประสงค์ในการจัดให้มีพื้นที่สีเขียวภายในโครงการเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ดี เพื่อการพักผ่อน การออกกำลังกาย และจัดกิจกรรมส่วนรวมของผู้อยู่อาศัย โครงการทั้ง 2 มีแนวคิดในการการวางผัง ออกแบบพื้นที่สีเขียวต่างกัน คือ PP-RTB จัดให้มีสวนสาธารณะแบบรวม อยู่บริเวณกึ่งกลางพื้นที่โครงการ ส่วนโครงการ PP-RP จัดให้เป็นสวนขนาดเล็กกระจายอยู่ในพื้นที่เฟสต่างๆ โดยแบ่งพื้นที่สีเขียวเป็น 3 ประเภท ได้แก่ สวนสาธารณะหลัก, สวนขนาดกลาง และสวนหย่อม การศึกษาพบว่าองค์ประกอบที่ส่งผลต่อการเข้าใช้พื้นที่ และมีส่วนเสริมคุณภาพชีวิตมากที่สุด ได้แก่ ต้นไม้และพืชพรรณ, สนามหญ้า, ตำแหน่งที่ตั้ง และทางเดิน โดยพบว่ามีผู้ใช้พื้นที่สีเขียวหนาแน่นที่สุดในวันเสาร์ – อาทิตย์ 17.00 – 20.00 น. ผู้อยู่อาศัยในโครงการ PP-RTB มีระยะทางระหว่างบ้านถึงสวนสาธารณะไกลกว่า แต่มีระยะทางระหว่างบ้านถึงสวนหย่อมใกล้กว่าผู้อยู่อาศัยโครงการ PP-RP พบกิจกรรมที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในทั้ง 2 โครงการรวม 14 กิจกรรม ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตทางด้านสุขภาพ, ด้านธรรมชาติ, ด้านครอบครัว และด้านสังคม สวนสาธารณะหลักและสวนขนาดกลางโครงการ PP-RTB พบกิจกรรมที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตมากกว่าโครงการ PP – RP โดยกิจกรรมที่พบมากที่สุด คือ กิจกรรมทางด้านการออกกำลังกาย ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตมากที่สุดในด้านธรรมชาติและด้านสุขภาพตามลำดับ ส่วนสวนหย่อมที่มีตำแหน่งที่ตั้งใกล้บ้านพบกิจกรรมมากกว่าสวนหย่อมที่ตั้งอยู่บริเวณอื่น สวนหย่อมโครงการ PP-RP มีกิจกรรมที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตมากกว่า โครงการ PP-RTB โดยกิจกรรมที่พบมากที่สุด คือ กิจกรรมเกี่ยวกับเด็กและสัตว์เลี้ยง ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตมากที่สุดในด้านธรรมชาติและด้านครอบครัวตามลำดับ และเมื่อพิจารณาประกอบกับทัศนคติของผู้อยู่อาศัยเกี่ยวกับคุณภาพชีวิต สรุปได้ว่าผู้อยู่อาศัยในโครงการ PP-RTB มีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าผู้อยู่อาศัยในโครงการ PP-RP การศึกษาพบว่าพื้นที่สีเขียวในโครงการ ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตตรงตามวัตถุประสงค์ที่บริษัทฯกำหนด พื้นที่สีเขียวประเภทสวนสาธารณะหลักส่งเสริมคุณภาพชีวิตมากที่สุด โดยพื้นที่สวนสาธารณะหลักแบบรวมขนาดใหญ่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตมากกว่าแบบกระจาย เนื่องจากสะดวกต่อการเข้าใช้พื้นที่ และมีพื้นที่ในการทำกิจกรรมมากกว่า พื้นที่สวนสาธารณะหลักรวมทั้งสวนขนาดกลาง จึงควรตั้งอยู่ในบริเวณที่เข้าถึงได้สะดวกและรับรู้ได้ง่าย ส่วนพื้นที่สวนหย่อมควรตั้งอยู่ใกล้กลุ่มบ้าน เพื่อความสะดวกในการเข้าถึง และเอื้ออำนวยต่อการเกิดกิจกรรมที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยภายในโครงการ
URL Website cuir.car.chula.ac.th
Chulalongkorn University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ