การวิจัยเชิงทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมเปรียบเทียบประสิทธิภาพน้ำยาฆ่าเชื้อที่ผิวหนัง2% คลอเฮ็กซิดีนใน 70% เอทานอลและ 5% โพวิโดนไอโอดีนใน 70% เอทานอลเพื่อป้องกันการพบเชื้อที่สะสมรวมกลุ่มบริเวณปลายใส่สายสวนหลอดเลือดดำ
รหัสดีโอไอ
Title การวิจัยเชิงทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมเปรียบเทียบประสิทธิภาพน้ำยาฆ่าเชื้อที่ผิวหนัง2% คลอเฮ็กซิดีนใน 70% เอทานอลและ 5% โพวิโดนไอโอดีนใน 70% เอทานอลเพื่อป้องกันการพบเชื้อที่สะสมรวมกลุ่มบริเวณปลายใส่สายสวนหลอดเลือดดำ
Creator สุรีพร แซ่เล่า
Contributor ชุษณา สวนกระต่าย
Publisher จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Publication Year 2557
Keyword สารระงับเชื้อ, พอวิโดนไอโอดีน, การใช้หลอดสวนหลอดเลือดดำ, คลอร์เฮกซิดีน, หลอดเลือดดำ -- การติดเชื้อ -- การป้องกัน, Antiseptics, Povidone-iodine, Intravenous catheterization, Chlorhexidine, Veins -- Infection -- Prevention
Abstract วัตถุประสงค์: ปัจจุบันในผู้ป่วยวิกฤตและผู้ป่วยที่ได้รับเคมีบำบัดมีความจำเป็นต้องใส่สายสวนหลอดเลือดดำเพิ่มมากขึ้น ซึ่งนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนและการเสียชีวิตที่สัมพันธ์กับการใส่สายสวนหลอดเลือดดำที่เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน การใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่ผิวหนังก่อนการใส่สายสวนหลอดเลือดดำเป็นหนึ่งในห้ามาตรการสำคัญในการป้องกันการติดเชื้อที่สัมพันธ์กับการใส่สายส่วนหลอดเลือดดำอย่างไรก็ตามปัจจุบันยังไม่มีการศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพระหว่างน้ำยาฆ่าเชื้อชนิด 2% คลอเฮ็กซิดีนใน 70% เอทานอลและ 5% โพวิโดนไอโอดีนใน 70% เอทานอลเพื่อป้องกันการพบเชื้อที่สะสมรวมกลุ่มบริเวณปลายใส่สายสวนหลอดเลือดดำและการติดเชื้อที่สัมพันธ์กับการใส่สายส่วนหลอดเลือดดำ ผู้ป่วยและวิธีวิจัย: การวิจัยเชิงทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมเปรียบเทียบทำในสองหอผู้ป่วยอายุรกรรมวิกฤตและหกหอผู้ป่วยอายุรกรรมทั่วไป โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ตั้งแต่วันที่ 1 เดือนเมษายน พ.ศ.2557 ถึงวันที่ 31 มกราคม พ.ศ.2558 คัดเลือกผู้ป่วยในแผนกอายุรกรรมที่อายุมากกว่า 18 ปี ที่ได้รับการใส่สายสวนหลอดเลือดดำ โดยน้ำยาฆ่าเชื้อ 2% คลอเฮ็กซิดีนใน 70% เอทานอลหรือ5%โพวิโดนไอโอดีนใน 70% เอทานอลจะถูกสุ่มใช้ในแต่ละหอผู้ป่วยอายุรกรรมกฤตและอีกสามหอผู้ป่วยอายุรกรรมทั่วไปที่มีลักษณะหอผู้ป่วยที่เหมือนกันทั้งสองกลุ่ม และทำการเปรียบเทียบอัตราการพบเชื้อสะสมรวมกลุ่มบริเวณปลายใส่สายสวนหลอดเลือดดำระหว่างสองกลุ่ม ผลการวิจัย: ผู้ป่วยทั้งหมด 427 ราย มีการใส่สายสวนหลอดเลือดดำทั้งหมด 535 ครั้ง โดยกลุ่มที่ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อชนิด 2% คลอเฮ็กซิดีนใน 70% เอทานอลมี 270 ครั้งและกลุ่มที่ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ 5% โพวิโดนไอโอดีนใน 70% เอทานอล 265 ครั้งในระหว่างทำการศึกษา ผู้ป่วยในสองกลุ่มมีอายุ เพศ โรคประจำตัว ระยะเวลาในการนอนโรงพยาบาล ตำแหน่งที่ใส่สายสวนหลอดเลือดดำ เหตุผลที่ใส่เหมือนกัน พบว่าการพบเชื้อที่สะสมรวมกลุ่มที่ปลายสายสวนหลอดเลือดดำเท่ากันในระหว่างสองกลุ่ม ร้อยละ 2.22 (6 ใน 270 ครั้ง หรือคิดเป็น 1.012 ต่อ 1,000 วันที่ใส่สายสวนหลอดเลือดดำ) ในกลุ่มน้ำยาฆ่าเชื้อ 2% คลอเฮ็กซิดีนใน 70% เอทานอล และ ร้อยละ 2.64 (7 ใน 265 ครั้ง หรือคิดเป็น 1.18 ต่อ 1,000 วันที่ใส่สายสวนหลอดเลือดดำ) ในกลุ่มที่ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ5%โพวิโดนไอโอดีนใน 70% เอทานอล [adjusted odds ratio (OR) 1.01; 95% confidence interval (CI) 0.31 to 3.23; P=0.99]. การติดเชื้อสายสวนหลอดเลือดดำร้อยละ 2.96 (8 ใน 270 ครั้ง หรือ 1.36 ต่อ 1,000 วันที่ใส่สายสวนหลอดเลือดดำ) และร้อยละ (5 ใน 259 ครั้ง หรือ 0.84 ต่อ 1,000 วันที่ใส่สายสวนหลอดเลือดดำ)ในกลุ่มน้ำยาฆ่าเชื้อ 2% คลอเฮ็กซิดีนใน 70% เอทานอลและ 5% โพวิโดนไอโอดีนใน 70% เอทานอลตามลำดับ (adjusted OR 0.53; 95% CI 0.16 to 1.76; P=0.3) และไม่แตกต่างในการติดเชื้อที่ทางเข้าสายสวนหลอดเลือดดำระหว่างทั้งสองกลุ่ม ร้อยละ 1.11 (3 ใน 270 ครั้ง หรือ 0.51 ต่อ 1,000 วันที่ใส่สายสวนหลอดเลือดดำ)และ ร้อยละ1.89 (5 ใน 259 ครั้ง หรือ 0.84 ใน 1,000 วันที่ใส่สายสวนหลอดเลือดดำ)ในกลุ่มน้ำยาฆ่าเชื้อ 2% คลอเฮ็กซิดีนใน 70% เอทานอลและ 5% โพวิโดนไอโอดีนใน 70% เอทานอลตามลำดับ (adjusted OR 1.42; 95% CI 0.23 to 6.71; P=0.66). ผลสรุปการวิจัย: ไม่มีความแตกต่างทั้งอัตราการพบเชื้อสะสมรวมกลุ่มบริเวณปลายใส่สายสวนหลอดเลือดดำและการติดเชื้อจากการใส่สายสวนหลอดเลือดดำระหว่างน้ำยาฆ่าเชื้อ 2% คลอเฮ็กซิดีนใน 70% เอทานอลหรือ5% โพวิโดนไอโอดีนใน 70% เอทานอล ในการป้องกันการติดเชื้อที่สัมพันธ์กับการใส่สายสวนหลอดเลือดดำ
URL Website cuir.car.chula.ac.th
Chulalongkorn University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ