การศึกษาความชุกและปัจจัยที่เกี่ยวข้องของโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิด PERSISTENT OR PERMANENT ATRIAL FIBRILLATION ในผู้ป่วยชาวไทยที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ
รหัสดีโอไอ
Title การศึกษาความชุกและปัจจัยที่เกี่ยวข้องของโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิด PERSISTENT OR PERMANENT ATRIAL FIBRILLATION ในผู้ป่วยชาวไทยที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ
Creator ชัยศิริ วรรณลภากร
Contributor สุรพันธ์ สิทธิสุข
Publisher จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Publication Year 2557
Keyword เอเตรียลฟิบริลเลชัน -- ผู้ป่วย -- ไทย, ภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ -- ปัจจัยเสี่ยง, Atrial fibrillation -- Patients -- Thailand, Sleep apnea syndromes -- Risk factors
Abstract ที่มาและเหตุผล: Atrial fibrillation เป็นโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะที่พบได้บ่อย และเป็นสาเหตุที่สำคัญของภาวะสมองขาดเลือด ภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) เป็นหนึ่งในสาเหตุที่สำคัญของการเกิด atrial fibrillation การศึกษานี้ต้องการศึกษาความชุกและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับโรค atrial fibrillation ในผู้ป่วยชาวไทยที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับเพื่อหาว่าผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับกลุ่มใดมีความเสี่ยงต่อการเกิด atrial fibrillation วิธีการวิจัย: ทำการศึกษาโดยเก็บข้อมูลของผู้ป่วยจำนวน 2,195 ราย ที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ในระหว่างเดือนตุลาคม พ.ศ. 2549 – เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2557 ข้อมูลที่นำมาศึกษาได้แก่ ข้อมูลทั่วไป เพศ อายุ น้ำหนัก ส่วนสูง เส้นรอบวงของคอ ความรุนแรงของภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ โรคหัวใจผิดจังหวะชนิด atrial fibrillation และโรคประจำตัวอื่น ๆ โดยใช้สถิติ Fisher’s exact test, independent t test และ logistic regression analysis ในการวิเคราะห์ข้อมูล ค่า p-value ที่น้อยกว่า 0.05 ถือว่ามีนัยสำคัญทางสถิติ ผลการศึกษา: ความชุกของโรค atrial fibrillation ในผู้ป่วย OSA ในการศึกษานี้เท่ากับร้อยละ 1.14 ผู้ป่วย OSA กลุ่มที่มี atrial fibrillation มีอายุเฉลี่ย 61.3 ปี และกลุ่มที่ไม่มีatrial fibrillation มีอายุเฉลี่ย 51.5 ปี (p-value = 0.001) ความชุกของโรคความดันโลหิตสูงและโรคไขมันสูงในกลุ่มที่มี atrial fibrillation สูงกว่ากลุ่มที่ไม่มี atrial fibrillation กล่าวคือ ร้อยละ 76 เทียบกับร้อยละ 35.8 (p-value < 0.001) และร้อยละ 40 เทียบกับร้อยละ 20.9 (p-value = 0.02) ตามลำดับเมื่อวิเคราะห์ multivariate analysis พบว่าอายุที่เพิ่มขึ้น 1 ปี เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด AF 1.04 เท่า (adjusted odds ratio 1.04 (95% CI 1.01-1.07, p-value = 0.023) และการมีโรคความดันโลหิตสูงร่วมด้วย เพิ่มความเสียงต่อการเกิด AF 3.89 เท่า (adjusted odds ratio = 3.89, 95% CI 1.43-10.61, p-value = 0.008) สรุป: ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์มีความชุกของ atrial fibrillation ค่อนข้างต่ำอายุที่เพิ่มขึ้นและการมีโรคความดันโลหิตสูงร่วมด้วยเป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิด atrial fibrillation ในผู้ป่วย OSA
URL Website cuir.car.chula.ac.th
Chulalongkorn University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ