การพัฒนากระบวนการสร้างเข็มฉีดยาพลาสติกขนาดไมครอน
รหัสดีโอไอ
Title การพัฒนากระบวนการสร้างเข็มฉีดยาพลาสติกขนาดไมครอน
Creator วังตาล เหลืองวีระ
Contributor วีระยุทธ ศรีธุระวานิช
Publisher จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Publication Year 2557
Keyword โพลิสไตรีน, ซิลิโคน, Polystyrene, Silicones, Hypodermic syringes, Polydimethylsiloxane
Abstract ปัจจุบันได้มีการพัฒนาเข็มฉีดยาขนาดไมครอน (microneedles) ซึ่งเป็นแนวทางใหม่ในการนำยาและวัคซีนเข้าสู่ร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ทำให้ผู้ถูกฉีดรู้สึกเจ็บเหมือนเข็มฉีดยาทั่วๆไป เข็มฉีดยาขนาดไมครอนบางประเภทย่อยสลายได้จึงทำให้เกิดปัญหาขยะน้อยลง นอกจากนี้ยังมีความปลอดภัยสูงโดยผู้ใช้สามารถใช้งานได้เอง งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาและพัฒนาวิธีการใหม่ในการสร้างต้นแบบเข็มฉีดยาขนาดไมครอน ตลอดจนพัฒนาแม่พิมพ์เข็มฉีดยาขนาดไมครอนประเภทโพลีสไตรีน(polystyrene) และศึกษาคุณสมบัติของเม่พิมพ์ที่สร้างขึ้นเปรียบเทียบกับแม่พิมพ์ประเภท PDMS (polydimethylsiloxane) รวมทั้งสร้างและทดสอบคุณสมบัติของเข็มฉีดยาขนาดไมครอนประเภทพลาสติก (plastic microneedle) ที่สร้างจากสารละลายโพลีสไตรีนในโทลูอีน (toluene) โดยจากการศึกษาพบว่าวิธีการสร้างต้นแบบเข็มฉีดยาขนาดไมครอนจากชิ้นงานอะลูมิเนียมที่ขึ้นรูปด้วยเครื่อง Milling และการกัดแบบเปียกนั้น ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือที่ซับซ้อน ใช้วัสดุที่หาได้ทั่วๆไป จึงทำให้วิธีนี้เป็นวิธีที่ง่ายและมีต้นทุนต่ำ ในส่วนของแม่พิมพ์เข็มฉีดยาขนาดไมครอนที่สร้างจากโพลีสไตรีนนั้นพบว่า มีลักษณะโปร่งแสง มีต้นทุนต่ำและมีความชอบน้ำมากกว่าแม่พิมพ์ประเภท PDMS โดยสามารถคงสภาพความชอบน้ำ (hydrophilic) ได้นานกว่า 13 วัน ในขณะที่ แม่พิมพ์ PDMS คงสภาพความชอบน้ำได้เพียง 1-2 วันภายหลังกระบวนการ Oxygen Plasma ซึ่งแม่พิมพ์ประเภทโพลีสไตรีนนั้นเหมาะกับการประยุกต์ใช้งานเชิงพาณิชย์มากกว่า ในการพัฒนาเข็มฉีดยาขนาดไมครอนประเภทพลาสติกพบว่าเข็มที่พัฒนาขึ้นมีจุดเด่นหลายอย่าง เช่น มีต้นทุนต่ำ ยืดหยุ่น แข็งแรงและไม่แตกหักแม้ไดัรับแรงที่สูง ซึ่งสามารถต่อยอดพัฒนาเพื่อการประยุกต์ใช้งานเชิงพาณิชย์ได้
URL Website cuir.car.chula.ac.th
Chulalongkorn University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ