|
ความแตกต่างของผลบวกแอนตินิวคลิโอโซมแอนติบอดีระหว่างผู้ป่วยที่มีการกำเริบกับผู้ป่วยที่ไม่มีการกำเริบของโรคลูปุส |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | ความแตกต่างของผลบวกแอนตินิวคลิโอโซมแอนติบอดีระหว่างผู้ป่วยที่มีการกำเริบกับผู้ป่วยที่ไม่มีการกำเริบของโรคลูปุส |
| Creator | นราวดี โฆษิตเภสัช |
| Contributor | สิทธิชัย อุกฤษฏชน, มนาธิป โอศิริ, จงกลนี วงศ์ปิยะบวร |
| Publisher | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| Publication Year | 2557 |
| Keyword | เอสแอลอี, เอสแอลอี -- ผู้ป่วย, Systemic lupus erythematosus, Systemic lupus erythematosus -- Patients |
| Abstract | ที่มา: โรคลูปุสเป็นโรคที่มีการสร้างแอนติบอดีต่อต้านตนเองหลายชนิดที่มากเกินไป และยังเป็นที่ถกเถียงกันในปัจจุบันเกี่ยวการตรวจหาแอนติบอดีต่อต้านตนเองเพื่อทำนายการกำเริบของโรค การศึกษาเกี่ยวกับแอนตินิวคลิโอโซมแอนติบอดีกับการกำเริบของโรคยังมีข้อมูลไม่เพียงพอ วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาความแตกต่างของผลบวกแอนตินิวคลิโอโซมแอนติบอดีระหว่างผู้ป่วยที่มีการกำเริบกับผู้ป่วยที่ไม่มีการกำเริบของโรคลูปุส วิธีการศึกษา: ตรวจเลือดเพื่อหาแอนตินิวคลิโอโซมแอนติบอดีด้วยวิธี Enzyme-linked immunosorbent assay (ELISA) จากผู้ป่วยโรคลูปุสที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ทั้งแผนกผู้ป่วยในและแผนกผู้ป่วยนอก ตั้งแต่ 15 กันยายน พ.ศ.2557 ถึง 31 มกราคม พ.ศ.2558 โดยคัดผู้ที่มีโรคติดเชื้อและผู้ที่มีกลุ่มอาการ overlap syndrome ออกจากการศึกษา และเก็บข้อมูลพื้นฐานของผู้ป่วย อาการแสดงและ systemic lupus erythematosus disease activity index (SLEDAI) score นำมาวิเคราะห์ความแตกต่างของอาการแสดง การกำเริบของโรค และอวัยวะที่โรคกำเริบ ตาม SLEDAI score ระหว่างผู้ป่วยที่มีการกำเริบกับผู้ป่วยที่ไม่มีการกำเริบของโรคลูปุส ผลการศึกษา: ผู้ป่วยโรคลูปุส เป็นเพศหญิง จำนวน 46 ราย (ร้อยละ 93.9) และตรวจพบผลบวกแอนตินิวคลิโอโซมแอนติบอดี (> 20 RU/mL) จำนวน 28 ราย จากผู้ป่วยทั้งหมด 49 ราย (ร้อยละ 57.1) และผลลบแอนตินิวคลิโอโซมแอนติบอดี (<20 RU/mL) จำนวน 21 ราย (ร้อยละ 42.9) โดยมีสัดส่วนของผลบวกแอนตินิวคลิโอโซมแอนติบอดีในกลุ่มที่มีการกำเริบของโรคมากกว่ากลุ่มที่ไม่มีการกำเริบของโรค แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (ร้อยละ 44.9 และ 12.2 ตามลำดับ, p<0.001) โดยมีผลบวกแอนตินิวคลิโอโซมแอนติบอดีสัมพันธ์กับการกำเริบที่ไต (p=0.01) และผิวหนัง (p=0.01) ผลบวกแอนตินิวคลิโอโซมแอนติบอดีสัมพันธ์กับผลบวกแอนติดับเบิ้ลสแตรนด์ดีเอ็นเอแอนติบอดี (r=0.88, p<0.01) สรุปผลการวิจัย: ผู้ป่วยโรคลูปุสที่มีการกำเริบของโรคมีผลบวกแอนตินิวคลิโอโซมแอนติบอดีมากกว่าผู้ที่ไม่มีการกำเริบของโรค ผลบวกแอนตินิวคลิโอโซมแอนติบอดีสัมพันธ์กับการกำเริบที่ไตและผิวหนัง และสอดคล้องกับผลบวกแอนติดับเบิ้ลสแตรนด์ดีเอ็นเอแอนติบอดี |
| URL Website | cuir.car.chula.ac.th |