การศึกษาผลการรักษาโรคกรวยไตอักเสบเฉียบพลัน และโรคท่อน้ำดีอักเสบเฉียบพลัน จากเชื้อแบคทีเรียเอนเทอโรแบคทีเรียซีอีที่สร้างเอนไซม์เบต้าแลกแทมเมสชนิดมีฤทธิ์กว้าง ด้วยยาปฏิชีวนะปิปเปอราซิลิน ทาโซแบคแทมเปรียบเทียบกับยากลุ่มคาร์บาพีเน็ม
รหัสดีโอไอ
Title การศึกษาผลการรักษาโรคกรวยไตอักเสบเฉียบพลัน และโรคท่อน้ำดีอักเสบเฉียบพลัน จากเชื้อแบคทีเรียเอนเทอโรแบคทีเรียซีอีที่สร้างเอนไซม์เบต้าแลกแทมเมสชนิดมีฤทธิ์กว้าง ด้วยยาปฏิชีวนะปิปเปอราซิลิน ทาโซแบคแทมเปรียบเทียบกับยากลุ่มคาร์บาพีเน็ม
Creator ร่มเย็น ศักดิ์ทองจีน
Contributor ธีระพงษ์ ตัณฑวิเชียร
Publisher จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Publication Year 2556
Keyword ท่อน้ำดี -- ความผิดปกติ, การติดเชื้อ, Bile ducts -- Abnormalities, Infection
Abstract จากปัญหาการติดเชื้อแบคทีเรียเอนเทอโรแบคทีเรียซีอีดื้อยาจากชุมชนที่เพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยที่มีปัจจัยเสี่ยงได้แก่ ผู้ป่วยที่มีอายุ 65 ปี ผู้ป่วยที่อยู่อาศัยระยะยาวในโรงพยาบาลมากกว่า 3 เดือน ผู้ป่วยที่เพิ่งเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลในช่วง 3 เดือน ผู้ป่วยที่เพิ่งเข้ารับการรักษาโดยการผ่าตัดในช่วง 6 เดือน ผู้ป่วยที่คาสายสวนปัสสาวะไว้เกิน 48 ชั่วโมง และผู้ป่วยที่ได้รับยาปฏิชีวนะมาก่อนในช่วง 3 เดือน ทำให้มีการนำยา piperacillin/tazobactam มาใช้แทนยากลุ่ม carbapenems ในการรักษาแบบ empirical therapy ในผู้ป่วยกลุ่มนี้มากขึ้น แต่ยังไม่มีการศึกษาใดที่บ่งชี้ชัดเจนว่า แพทย์สามารถใช้ยา piperacillin/tazobactam ในผู้ป่วยกลุ่มนี้ได้อย่างมั่นใจ ดังนั้นผู้วิจัยจึงได้เก็บรวบรวมข้อมูลแบบไปข้างหน้าในผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยโรคกรวยไตอักเสบเฉียบพลัน หรือโรคท่อน้ำดีอักเสบเฉียบพลันที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการติดเชื้อดื้อยาดังกล่าว เพื่อศึกษาผลการตอบสนองต่อการรักษาด้วยยา piperacillin/tazobactam กับยากลุ่ม carbapenems ที่ 72 – 96 ชั่วโมงและเมื่อสิ้นสุดการรักษาจากการศึกษาในผู้ป่วยทั้งหมด 66 คน พบว่าอัตราความล้มเหลวในการรักษาที่ 72-96 ชั่วโมง ของผู้ป่วยที่ได้รับยา piperacillin/tazobactam เท่ากับร้อยละ 35.7 (5 ใน 14 คน) และผู้ป่วยที่ได้รับยากลุ่ม carbapenems เท่ากับร้อยละ 25 (13 ใน 52 คน) โดยพบว่าอัตราความล้มเหลวสูงมากอย่างมีนัยสำคัญทางคลินิกในกลุ่มผู้ป่วยโรคกรวยไตอักเสบเฉียบพลันและผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อในกระแสเลือดเท่ากับ ร้อยละ 40 และ 50 ตามลำดับ และเมื่อสิ้นสุดการรักษา พบว่าผู้ป่วยที่ได้รับยากลุ่ม carbapenems มีโอกาสถูกจำหน่ายออกจากโรงพยาบาลโดยปกติไม่มีภาวะแทรกซ้อนมากกว่าผู้ป่วยที่ได้รับยา piperacillin/tazobactam 2.623 เท่า (p=0.007; 95%CI 0.097-0.753) คิดเป็นเท่ากับร้อยละ 69.23 (36 ใน 52 คน) และร้อยละ 35.7 (5 ใน 14 คน) ตามลำดับ โดยสรุปยา piperacillin/tazobactam ให้ผลการรักษาแบบ empirical therapy ในผู้ป่วยโรคกรวยไตอักเสบเฉียบพลันหรือผู้ป่วยที่ติดเชื้อในกระแสเลือดที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ESBL-producing Enterobacteriaceae ด้อยกว่ายากลุ่ม carbapenems
URL Website cuir.car.chula.ac.th
Chulalongkorn University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ