การใช้ซีรั่มแลคเตทจากเลือดแดงขณะแรกรับในโรงพยาบาลเป็นตัวทำนายการเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงของผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันที่ได้รับการใช้สายสวนหลอดเลือดหัวใจพร้อมกับการรักษาด้วยการขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูน
รหัสดีโอไอ
Title การใช้ซีรั่มแลคเตทจากเลือดแดงขณะแรกรับในโรงพยาบาลเป็นตัวทำนายการเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงของผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันที่ได้รับการใช้สายสวนหลอดเลือดหัวใจพร้อมกับการรักษาด้วยการขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูน
Creator วรวรรณ เจริญอัตถะศีล
Contributor จักรพันธ์ ชัยพรหมประสิทธิ์
Publisher จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Publication Year 2556
Keyword กล้ามเนื้อหัวใจตาย, หัวใจ -- โรค -- การรักษา, Myocardial infarction, Heart -- Diseases -- Treatment
Abstract ภูมิหลัง : ปัจจุบันการรักษาโดยการทำบอลลูนขยายหลอดเลือดถือเป็นการรักษามาตรฐานในผู้ป่วยที่มีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน แม้ว่าจะประสบความสำเร็จในการเปิดเส้นเลือดได้ ยังมีผู้ป่วยบางส่วนเกิด Major adverse cardiac events (MACE) ขึ้นในภายหลัง โดยจากการศีกษาก่อนหน้านี้พบว่าปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ อายุมากกว่า 75 ปี, เพศหญิง, Killip’s class IV, เส้นเลือดหัวใจตีบหลายเส้น และการบีบตัวของหัวใจน้อยกว่าร้อยละ 40 ในปัจจุบันยังมีข้อมูลไม่มากเกี่ยวกับการใช้ซีรั่มแลคเตทในการประเมินความเสี่ยงผู้ป่วยกลุ่มนี้.วัตถุประสงค์ : เป็นการศึกษาความสัมพันธ์ของระดับซีรั่มแลคเตทขณะแรกรับในโรงพยาบาลของผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันกับการเกิด Major adverse cardiac events (MACE) ในโรงพยาบาล ได้แก่ อัตราการเสียชีวิต, กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดซ้ำ, ภาวะช็อค, ภาวะหัวใจล้มเหลว และอัตราการเสียชีวิตที่ 30 วันหลังจากออกจากโรงพยาบาล ภายหลังได้รับการรักษาด้วยการใช้สายสวนหลอดเลือดหัวใจพร้อมกับการขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูน.วิธีการวิจัย : การวิจัยแบบไปข้างหน้าโดยเก็บข้อมูลในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ผู้ป่วย 72 รายในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา (1 มกราคม พ.ศ. 2556 ถึง 31 ตุลาคม พ.ศ. 2556) โดยดูระดับซีรั่มแลคเตท, ข้อมูลพื้นฐานผู้ป่วย, อัตราการเสียชีวิต, อัตราการเกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายซ้ำ, ภาวะช็อกภาวะหัวใจล้มเหลวขณะอยู่ในโรงพยาบาลและอัตราการเสียชีวิตที่ 30 วันหลังจากออกจากโรงพยาบาล. ผลการศึกษา : ผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันจำนวน 55 ราย ที่เข้าเกณฑ์การศึกษา พบว่าอายุเฉลี่ย 56 ± 14 ปี โดยผู้ป่วยร้อยละ 11 มีอายุเกินกว่า 75 ปี ผู้ป่วยเกินครึ่งหนึ่งถูกส่งต่อมาจากโรงพยาบาลอื่น มีผู้ป่วยร้อยละ 16.7 ที่มีการบีบตัวของหัวใจห้องล่างซ้ายน้อยกว่าร้อยละ 40และผู้ป่วยร้อยละ 27.3 อยู่ภาวะ Killip’s class IV หลังจากได้รับการฉีดสีวินิจฉัยประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยพบภาวะเส้นเลือดหัวใจตีบหลายเส้น และอัตราการประสบความสำเร็จหลังได้รับการรักษาด้วยการใช้สายสวนหลอดเลือดหัวใจพร้อมกับการขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูนเท่ากับร้อยละ 96.4 ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษามีอัตราการเสียชีวิตในโรงพยาบาลร้อยละ 12.7 อัตราการเกิด MACE ในโรงพยาบาลคิดเป็นร้อยละ 34.5จากข้อมูลที่ได้ค่าเฉลี่ยของระดับซีรั่มแลคเตทในผู้ป่วยที่เกิด MACE และไม่เกิด MACE มีค่าแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (5.88 vs 1.55 mmol/L, p<0.001) และผู้ป่วยรายที่มีการบีบตัวของหัวใจห้องล่างซ้ายน้อยกว่าร้อยละ 40 หรือมีภาวะเส้นเลือดหัวใจตีบหลายเส้น มีอัตราการเกิด MACE สูงกว่าอีกกลุ่มอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = 0.006, p = 0.023 ตามลำดับ) ถ้าแบ่งตามอายุและเพศ พบว่าไม่มีความแตกต่างของอัตราการเกิด MACE (p = 0.947, p = 0.73 ตามลำดับ) นอกจากนี้อัตราการเสียชีวิตที่ 30วันหลังจากออกจากโรงพยาบาลอยู่ที่ร้อยละ 3.9 ซึ่งไม่พบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยของระดับซีรั่มแลคเตทในทั้งสองกลุ่ม (p = 0.841).หลังจากนำข้อมูลมาวิเคราะห์ด้วย multivariate logistic regression analysis โดยควบคุมปัจจัยอื่นแล้วระดับซีรั่มแลคเตทและ Killip's class มีผลต่อการเกิด MACE อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (adjusted OR = 9.9; 95%CI = [1.4-69.4] และ 11.4; 95%CI = [2.5-51.6]).เมื่อนำข้อมูลค่าระดับซีรั่มแลคเตทมาดูความสัมพันธ์กับอัตราการเกิด MACE โดยใช้ ROC curve พบว่าค่า Cut Point ของระดับซีรั่มแลคเตทที่ 1.85 mmol/L โดยมีพื้นที่ใต้เส้นโค้งร้อยละ 88.9 (95%CI, 0.82-0.95, p value < 0.001) จะมีค่า Sensitivity, Specificity, PPV และ NPV อยู่ที่ร้อยละ 100, 77.8, 70.4% และร้อยละ 100 ตามลำดับ.สรุป : ในผู้ป่วยที่มีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ระดับซีรั่มแลคเตทที่สูงจะสัมพันธ์กับอัตราการเกิด MACE ในโรงพยาบาลแต่ไม่สัมพันธ์กับอัตราการเสียชีวิตที่ 30 วัน การใช้ระดับซีรั่มแลคเตทในขณะแรกรับที่โรงพยาบาลสามารถช่วยประเมินความเสี่ยงในการเกิด MACE ผู้ป่วยกลุ่มนี้เบื้องต้นได้ดีขึ้น.
URL Website cuir.car.chula.ac.th
Chulalongkorn University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ