|
คำเรียกขานในภาษาไทพวนตำบลหาดเสี้ยว อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | คำเรียกขานในภาษาไทพวนตำบลหาดเสี้ยว อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย |
| Creator | สิริอมร หวลหอม |
| Contributor | อมรา ประสิทธิ์รัฐสินธุ์ |
| Publisher | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| Publication Year | 2556 |
| Keyword | ภาษาพวน -- คำและวลี -- ไทย -- สุโขทัย |
| Abstract | ผู้วิจัยสังเกตว่าชาวไทพวนในจังหวัดสุโขทัยยังคงรักษาความเป็นเอกลักษณ์ของภาษาและวัฒนธรรมของตนไว้ โดยเฉพาะภาษาที่ใช้ในชีวิตประจำวัน จึงได้ศึกษาการใช้ภาษาไทพวนด้วยวิธีสังเกตการสนทนาในสถานการณ์จริงของกลุ่มตัวอย่างที่เป็นชาวไทพวนจำนวน 270 คน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ระบบคำเรียกขานของชาวไทพวนที่อาศัยอยู่ในตำบลหาดเสี้ยว อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการเลือกใช้คำเรียกขานภาษาไทพวนกับปัจจัยทางสังคม ได้แก่ อายุของผู้พูด ความสัมพันธ์หรือบทบาทของผู้พูดผู้ฟัง และสถานการณ์การใช้ภาษา รวมทั้งสังเคราะห์ระบบคำเรียกขานของภาษาไทพวนผู้วิจัยวิเคราะห์โครงสร้างของคำเรียกขานภาษาไทพวนและพบว่ามีรูปแบบคำเรียกขานพื้นฐาน 5 รูปแบบ คือ คำนำหน้า คำสรรพนาม คำเรียกญาติ คำเรียกสถานภาพ และชื่อ ซึ่งเมื่อนำมาประสมกันจะได้รูปแบบคำเรียกขานทั้งหมด 16 รูปแบบแบ่งตามโครงสร้างออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1) คำเรียกขานเดี่ยว เช่น คำเรียกญาติ (mɛ:42 แม่, phɔ:42พ่อ ฯลฯ) คำสรรพนาม (to:33 เธอ, มึง) 2) คำเรียกขานที่มีส่วนประกอบสองส่วน เช่น คำนำหน้า+คำเรียกญาติ (ʔi:11 น้อง+ʔɛ:33 เด็กทารกหญิงหรือชาย) คำเรียกญาติ+คำเรียกสถานภาพ (ʔa:y42 พี่ชาย+ mɔ:24(หมอ 3) คำเรียกขานที่มีส่วนประกอบสามส่วน เช่น คำเรียกญาติ+คำเรียกสถานภาพ+ชื่อ (ʔa:y42 พี่ชาย+ thit45 ชายที่บวชเป็นพระภิกษุแล้ว + man45) ซึ่งในจำนวนรูปแบบทั้งหมด พบว่า คำเรียกญาติใช้มากที่สุดทิ้งห่างจากรูปแบบอื่น ข้อค้นพบนี้สอดคล้องกับสมมติฐานเพียงครึ่งเดียว ซึ่งสมมติฐานกำหนดไว้ว่ารูปแบบที่ใช้มากที่สุดมี 2 รูปแบบ คือ คำเรียกญาติ และ สรรพนามผลการวิเคราะห์การแปรของคำเรียกขานตามอายุของผู้พูด พบว่าคนไทพวนรุ่นอายุมากกับรุ่นอายุน้อยเลือกใช้รูปแบบคำเรียกขานส่วนใหญ่ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ส่วนที่ตั้งสมมติฐานไว้ว่ากลุ่มคนอายุน้อยเลือกใช้รูปแบบ คำเรียกญาติ+ชื่อ มากที่สุดและกลุ่มคนอายุมากใช้รูปแบบ คำสรรพนาม มากที่สุดนั้น ผลที่ได้ไม่เป็นไปตามสมมติฐานโดยพบว่ากลุ่มคนอายุน้อยและอายุมากใช้รูปแบบ คำเรียกญาติ มากที่สุดเหมือนกันในการวิเคราะห์การใช้คำเรียกขานตามปัจจัยบทบาทของผู้พูดผู้ฟังนั้น ผู้วิจัยตั้งสมมติฐานไว้ว่าในความสัมพันธ์แบบสมดุลผู้พูดเลือกใช้รูปแบบ คำสรรพนาม มากที่สุด ผลการศึกษาสอดคล้องกับสมมติฐาน ส่วนในความสัมพันธ์แบบไม่สมดุล คาดว่าผู้น้อยจะใช้รูปแบบ คำเรียกญาติ+ชื่อ เรียกขานผู้ใหญ่มากที่สุด และผู้ใหญ่ใช้รูปแบบ คำสรรพนาม เรียกขานผู้น้อยมากที่สุด แต่กลับพบว่าผู้น้อยใช้รูปแบบ คำเรียกญาติ มากที่สุด ในขณะที่ผู้ใหญ่ใช้รูปแบบ คำนำหน้า+ชื่อ มากที่สุด นอกจากนั้นตามที่คาดว่าในความสัมพันธ์แบบเป็นกลางผู้พูดจะเลือกใช้รูปแบบ คำเรียกญาติ มากที่สุด ผลการวิเคราะห์ประเด็นนี้เป็นไปตามสมมติฐาน ในแง่สถานการณ์การใช้ภาษา ตามสมมติฐานที่ว่าในสถานการณ์ที่เป็นทางการผู้พูดใช้รูปแบบ คำนามเฉพาะบุคคล มากที่สุด และในสถานการณ์ที่ไม่เป็นทางการผู้พูดใช้รูปแบบ คำสรรพนาม มากที่สุดนั้น ข้อค้นพบไม่เป็นไปตามนั้น กล่าวคือพบว่า รูปแบบคำเรียกขานที่ใช้มากที่สุดเหมือนกันทั้ง 2 สถานการณ์ คือ รูปแบบ คำเรียกญาติ ถึงแม้รูปแบบอื่นจะมีการแปรตามสถานการณ์อย่างมีนัยสำคัญ ในบทสรุปผู้วิจัยสังเคราะห์ระบบคำเรียกขานในภาษาไทพวน ซึ่งสรุปได้ว่าปัจจัยสำคัญในการเลือกคำเรียกขานให้เหมาะสม ได้แก่ สถานการณ์การใช้ภาษาและบทบาทของผู้พูดที่สัมพันธ์กับผู้ฟัง ซึ่งถูกกำหนดโดยความเคารพและความสนิทสนม |
| URL Website | cuir.car.chula.ac.th |