|
การวางแผนการจัดส่งสารเคมีบำบัดน้ำด้วยรูปแบบการบริหารคลังโดยผู้ขาย |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การวางแผนการจัดส่งสารเคมีบำบัดน้ำด้วยรูปแบบการบริหารคลังโดยผู้ขาย |
| Creator | ปองพล สุทธิพงษ์เกษตร |
| Contributor | ปวีณา เชาวลิตวงศ์ |
| Publisher | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| Publication Year | 2556 |
| Keyword | การควบคุมสินค้าคงคลัง, การขนส่งสินค้า, Inventory control, Commercial products -- Transportation, Shipment of goods |
| Abstract | งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดนโยบายการบริหารสารเคมีคงคลังและกำหนดนโยบายการจัดส่งสารเคมีให้กับลูกค้าของบริษัทกรณีศึกษา ที่สามารถลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารคงคลังและการจัดส่งสารเคมี บริษัทกรณีศึกษาดำเนินการโดยการจัดส่งทีมวิศวกรภาคสนามเข้าไปตรวจสอบคุณภาพน้ำและปริมาณสารเคมีคงคลังของลูกค้า พร้อมทั้งคำนวณปริมาณสารเคมีที่ต้องจัดส่งแล้วทำแผนจัดส่งให้กับลูกค้า การดำเนินการในปัจจุบันนั้นในส่วนของการบริหารคงคลังให้กับลูกค้าไม่ได้คำนึงถึงการวางแผนการจัดส่งควบคู่ไปด้วย จึงทำให้การจัดส่งปัจจุบันไม่มีประสิทธิภาพ และวิศวกรภาคสนามยังไม่มีแนวทางในการบริหารคงคลัง จึงทำให้เกิดการจัดส่งเร่งด่วนซึ่งทำให้เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม ปัญหาเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อค่าการจัดส่งและค่าการจัดเก็บคงคลังของบริษัทการดำเนินงานวิจัยเริ่มต้นจากการวิเคราะห์สภาพการทำงานในปัจจุบันของบริษัทกรณีศึกษา และวิเคราะห์หาช่องว่างเพื่อหาจุดที่สามารถปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้ ผู้วิจัยแบ่งกลุ่มประเภทลูกค้าเป็น 2 กลุ่มตามลักษณะการเก็บค่าใช้จ่ายระหว่างบริษัทกับลูกค้า เพื่อจำแนกค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องสำหรับการบริหารคลังสารเคมีให้กับลูกค้าของบริษัท การกำหนดนโนยบายสำหรับการบริหารคลังสารเคมีจะเลือกใช้นโยบายที่สอดคล้องกับลักษณะการทำงานของบริษัท ซึ่งบริษัทจะรู้ระดับปริมาณสารเคมีคงคลังของลูกค้าต่อเมื่อวิศวกรบริการภาคสนามเข้าไปทำงานที่หน้างานลูกค้า ดังนั้นนโยบายบริหารคงคลังที่เหมาะสมกับรูปแบบการทำงานของบริษัทคือระบบรอบการสั่งซื้อคงที่โดยที่มีความต้องการไม่แน่นอน ซึ่งจะกำหนดระดับคงคลังเป้าหมาย (OUL) การจัดส่งสารเคมีสำหรับลูกค้าทั้ง 5 รายจะเป็นรูปแบบรวมเที่ยวกันทั้ง 5 รายโดยจัดส่งสารเคมี 1 ครั้งต่อเดือน ซึ่งพิจารณาจากข้อจำกัดของลูกค้าและบริษัทกรณีศึกษา เช่น พื้นที่การจัดเก็บสารเคมีของลูกค้าแต่ละราย ปริมาณการสั่งซื้อรายปีของลูกค้า เป็นต้น การทดสอบประสิทธิภาพของนโยบายรูปแบบใหม่ที่สร้างขึ้นกระทำโดยการเปรียบเทียบนโยบายใหม่กับผลการดำเนินการจริงปี 2556 ซึ่งพบว่านโยบายรูปแบบใหม่สามารถทำให้บริษัทมีต้นทุนรวมของการบริหารคลังและค่าการจัดส่งรวมกันต่ำกว่ารูปแบบเดิม 33% และผลจากการวิเคราะห์ความไวของนโยบายใหม่ต่อการเปลี่ยนแปลงของอัตราการเบิกใช้สารเคมีของลูกค้า พบว่าเมื่ออัตราการเบิกใช้สารเคมีของลูกค้าเพิ่มขึ้นมากกว่า 20% นโยบายรูปแบบใหม่จะเกิดเหตุการณ์สารเคมีขาดสต็อค (Shortage) ดังนั้นจึงต้องกำหนดนโยบายใหม่เมื่ออัตราการเบิกใช้สารเคมีของลูกค้าเพิ่มขึ้นมากกว่า 20% |
| URL Website | cuir.car.chula.ac.th |