|
การทำนายค่าความขรุขระผิวชิ้นงานโดยใช้แรงตัดพลวัตในกระบวนการกัดหัวบอล |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การทำนายค่าความขรุขระผิวชิ้นงานโดยใช้แรงตัดพลวัตในกระบวนการกัดหัวบอล |
| Creator | แพร เทศนิยม |
| Contributor | สมเกียรติ ตั้งจิตสิตเจริญ |
| Publisher | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| Publication Year | 2556 |
| Keyword | โลหะ -- พื้นผิว, เหล็กกล้าคาร์บอน, ความหยาบผิว -- การวัด, Metals -- Surfaces, Carbon steel, Surface roughness -- Measurement |
| Abstract | วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้คือการนำเสนอแบบจำลองที่เหมาะสมเพื่อใช้ในการพยากรณ์ค่าความขรุขระผิวชิ้นงานในกระบวนการกัดเหล็กกล้าคาร์บอน (S50C) ด้วยมีดตัดหัวบอลชนิด คาร์ไบด์ 2 ฟันกัดเคลือบผิวด้วยไทเทเนียมอะลูมิเนียมไนไตร โดยการประยุกต์ใช้อัตราส่วนพื้นที่ใต้กราฟแรงตัดพลวัต ซึ่งในงานวิจัยนี้จะใช้สมการเอ็กซ์โปเนนเชียล 5 ตัวแปรสำหรับการพยากรณ์ค่าความขรุขระผิว ประกอบด้วย ความเร็วรอบ 8,000-12,000 รอบต่อนาที, อัตราการป้อนตัด 0.02-0.06 มิลลิเมตรต่อรอบ, ความลึกตัด 0.5-0.9 มิลลิเมตร, เส้นผ่านศูนย์กลางมีดตัดขนาด 6 และ 10 มิลลิเมตร และอัตราส่วนพื้นที่ใต้กราฟแรงตัดพลวัตที่เกิดขึ้นในขณะตัด ซึ่งจากผลการทดลองเมื่อพิจารณาในโดเมนความถี่พบว่าค่าความถี่ของแรงตัดพลวัตและค่าความถี่ของความขรุขระผิวชิ้นงานมีความสอดคล้องกันโดยความถี่ทั้งสองเกิดขึ้นที่ค่าเดียวกัน จึงสามารถนำค่าแรงตัดพลวัตในโดเมนเวลามาคำนวณหาพื้นที่ใต้กราฟเพื่อใช้ในการพยากรณ์ค่าความขรุขระผิวได้ ทั้งนี้อัตราส่วนแรงตัดพลวัตถูกนำมาใช้ในการพยากรณ์เนื่องจากขนาดแรงตัดอาจเปลี่ยนแปลงไปตามเงื่อนไขการตัด ดังนั้นการใช้อัตราส่วนแรงตัดจะทำให้สามารถพยากรณ์ค่าความขรุขระผิวได้ไม่ว่าเงื่อนไขการตัดจะเปลี่ยนแปลงไป การวิเคราะห์สมการถดถอยพหูคูณถูกนำมาใช้ในการสร้างแบบจำลองที่ใช้ในการพยากรณ์ค่าความขรุขระผิวชิ้นงานในขณะกัดที่ระดับความเชื่อมั่น 95% โดยการยืนยันผลการทดลองที่เงื่อนไขการตัดใหม่เพื่อตรวจสอบความแม่นยำของแบบจำลองพบว่าแบบจำลองที่พัฒนาขึ้นสามารถพยากรณ์ค่าได้อย่างแม่นยำโดยค่าความแม่นยำของการพยากรณ์ค่าความขรุขระผิวเฉลี่ยเท่ากับ 92.9% และ ความขรุขระผิวสูงสุดเท่ากับ 91.4% นอกจากนี้จากการสร้างแบบจำลองแยกสำหรับขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางมีดตัด 6 และ 10 มิลลิเมตรและการตัดทดสอบพบว่าผลการพยากรณ์มีค่าใกล้เคียงกับการใช้แบบจำลองรวม แต่การใช้แบบจำลองรวมมีความเหมาะสมในการนำไปใช้มากกว่าเนื่องจากสามารถนำไปใช้ได้ในทุกกรณีและไม่ต้องทำการทดลองซ้ำเพื่อหาแบบจำลองใหม่เมื่อขนาดของมีดตัดเปลี่ยนแปลงไป |
| URL Website | cuir.car.chula.ac.th |