|
วิวัฒนาการของกระบวนการลงโทษจำคุกในประเทศไทยและปัจจัยที่ส่งผลต่อความเปลี่ยนแปลง |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | วิวัฒนาการของกระบวนการลงโทษจำคุกในประเทศไทยและปัจจัยที่ส่งผลต่อความเปลี่ยนแปลง |
| Creator | ธัญวรัตน์ ตั้งกาญจนานนท์ |
| Contributor | ชัชพล ไชยพร |
| Publisher | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| Publication Year | 2556 |
| Keyword | เรือนจำ, การลงโทษ -- ไทย, กฎหมายระหว่างประเทศ, Prisons, Punishment -- Thailand, International law |
| Abstract | โทษจำคุกเป็นโทษที่จำกัดเสรีภาพของผู้กระทำความผิด และเป็นโทษที่มีความรุนแรงรองลงมาจากโทษประหารชีวิต การลงโทษจำคุกเพิ่งมานิยมใช้กันในช่วงหลังศตวรรษที่ ๑๖ แต่เดิมนั้นมักจะนำตัวผู้กระทำความผิดไปขังในสถานที่อื่นที่ไม่ใช่คุก เช่น ปราสาท ถ้ำ กรงขัง เป็นต้น ต่อมาเมื่อแนวคิดด้านสิทธิมนุษยชนมีอิทธิพลมากขึ้น ทำให้มีการยกเลิกการลงโทษต่อเนื้อตัวร่างกาย และหันมาใช้โทษจำคุกมากขึ้น ทั้งนี้การลงโทษจำคุกมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้แค้นทดแทน ขมขู่ให้เกิดความกลัว เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ผู้ที่กระทำความผิดแล้วกลับมากระทำความผิดอีก และยังเป็นการลงโทษเพื่อแก้ไขฟื้นฟูให้ผู้กระทำความผิดสามารถกลับไปใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติกระบวนการลงโทษจำคุกนี้มีวิวัฒนาการมาอย่างยาวนานและมีการเปลี่ยนแปลงไปตามแต่ละยุคสมัย กระบวนการลงโทษจำคุกที่เปลี่ยนแปลงไปนั้นเกิดจากปัจจัยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยด้านเศรษฐกิจและทรัพยากร ปัจจัยด้านสังคม ปัจจัยด้านการเมืองระหว่างประเทศ ปัจจัยด้านกฎหมายระหว่างประเทศ ที่เป็นตัวผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลง แต่อย่างไรก็ตามปัจจัยเหล่านี้ส่งผลมากน้อยแตกต่างกันออกไปตามแต่ละยุคสมัย ในสมัยกรุงศรีอยุธยาปัจจัยที่ส่งผลต่อความเปลี่ยนแปลงของกระบวนการลงโทษจำคุกที่สุดคือ ปัจจัยด้านเศรษฐกิจและทรัพยากร ส่วนปัจจัยด้านสังคมเป็นปัจจัยที่ส่งผลรองลงมา สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ปัจจัยด้านสังคมเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้กระบวนการลงโทษจำคุกเกิดความเปลี่ยนแปลง ส่วนสมัยปฏิรูประบบกฎหมายในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ปัจจัยด้านการเมืองระหว่างประเทศเป็นปัจจัยที่ก่อให้กระบวนการลงโทษจำคุกเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด ส่วนในยุคปัจจุบันกระบวนการลงโทษจำคุกที่เปลี่ยนแปลงไปนั้นเกิดจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจและทรัพยากรเป็นสำคัญ รองลงมาคือปัจจัยด้านกฎหมายระหว่างประเทศ |
| URL Website | cuir.car.chula.ac.th |