|
พัฒนาการของอนุสัญญาว่าด้วยการปราบปรามการกระทำโดยมิชอบด้วยกฎหมายเกี่ยวกับการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ค.ศ. 2010 : ข้อพิจารณาในทางกฎหมายของประเทศไทยในการเข้าเป็นภาคี |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | พัฒนาการของอนุสัญญาว่าด้วยการปราบปรามการกระทำโดยมิชอบด้วยกฎหมายเกี่ยวกับการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ค.ศ. 2010 : ข้อพิจารณาในทางกฎหมายของประเทศไทยในการเข้าเป็นภาคี |
| Creator | ปาริยฉัตร ทิชากร |
| Contributor | สุผานิต เกิดสมเกียรติ, สมชาย พิพุธวัฒน์ |
| Publisher | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| Publication Year | 2556 |
| Keyword | การบิน -- กฎหมายและระเบียบข้อบังคับ, การบินพาณิชย์, Aeronautics -- Law and legislation, Aeronautics, Commercial |
| Abstract | การบินพลเรือนมีความสำคัญอย่างยิ่งในภาคธุรกิจและเป็นปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่สำคัญประการหนึ่ง ดังนั้นเพื่อเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศจึงสมควรจัดมาตรการเชิงรุกต่อการแทรกแซงโดยมิชอบด้วยกฎหมายต่อการบินพลเรือนอย่างเข้มงวด อนุสัญญาว่าด้วยการปราบปรามการกระทำอันมิชอบด้วยกฎหมาย ค.ศ. 2010 ได้จัดประชุมขึ้น ณ กรุงปักกิ่ง ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม ถึง 10 กันยายน ค.ศ. 2010 ภายใต้การอุปถัมภ์ขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ โดยตัวแทนรัฐสมาชิกจำนวน 76 รัฐรวมถึงองค์การระหว่างประเทศอื่นๆ ในที่ประชุมทางการทูตได้รับรองตราสารระหว่างประเทศเพื่อการปราบปรามการกระทำโดยมิชอบด้วยกฎหมายเกี่ยวกับการบินพลเรือน 2 ฉบับ คือ อนุสัญญาว่าด้วยการปราบปรามการกระทำอันมิชอบด้วยกฎหมายเกี่ยวกับการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ค.ศ. 2010 หรืออนุสัญญากรุงปักกิ่ง ค.ศ. 2010 และพิธีสารว่าด้วยการปราบปรามการยึดอากาศยานโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ค.ศ. 2010 โดยวิทยานิพนธ์ฉบับนี้ศึกษาเฉพาะอนุสัญญากรุงปักกิ่ง ค.ศ. 2010 ซึ่งจะมีผลแทนที่อนุสัญญาเพื่อการปราบปรามการกระทำอันมิชอบด้วยกฎหมายต่อความปลอดภัยของการบินพลเรือน ค.ศ.1971 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพิธีสารกรุงมอนตริออล ค.ศ. 1988อนุสัญญานี้กำหนดฐานความผิดเพิ่มเติมจากสนธิสัญญาพหุภาคีว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยเกี่ยวกับการบินพลเรือนฉบับอื่นๆ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากเหตุการณ์วันที่ 11 กันยายน ค.ศ. 2001 ได้แก่ การใช้อากาศยานเป็นอาวุธ การใช้อากาศยานขนส่งอาวุธชีวภาพ อาวุธเคมี และอาวุธนิวเคลียร์ การใช้อากาศยานปล่อยสารชีวภาพ เคมี และนิวเคลียร์ การกำหนดความรับผิดทางอาญาแก่ผู้จัดการหรือสั่งการ การสนับสนุนทางการเงินในการก่อการร้าย เป็นต้น ด้วยความพยายามในการป้องกันและปราบปรามการกระทำของผู้ก่อการร้ายต่อการบินพลเรือน ด้วยการดำเนินคดีและลงโทษผู้กระทำความผิดนั้นตามกระบวนการยุติธรรม ในขณะที่ตราสารทั้งสองได้เพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างประเทศและคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนและหลักข้อปฏิบัติที่เป็นธรรมต่อผู้ถูกกล่าวหา กฎหมายภายในของประเทศไทยยังไม่รองรับพันธกรณีภายใต้อนุสัญญา ดังนั้นวิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงได้ศึกษาข้อพิจารณาในทางกฎหมายของประเทศไทยในการเข้าเป็นภาคี |
| URL Website | cuir.car.chula.ac.th |