การศึกษาดัชนีคาร์บอนจากการใช้พลังงาน สำหรับอุตสาหกรรมสิ่งทอในประเทศไทย
รหัสดีโอไอ
Title การศึกษาดัชนีคาร์บอนจากการใช้พลังงาน สำหรับอุตสาหกรรมสิ่งทอในประเทศไทย
Creator 1. พงศ์ปิติ เดชะศิริ
2. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
Contributor พงศ์ปิติ เดชะศิริ, วีรินทร์ หวังจิรนิรันดร์
Publisher จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Publication Year 2555
Keyword ก๊าซเรือนกระจก -- การลดปริมาณ, คาร์บอนไดออกไซด์, อุตสาหกรรมสิ่งทอ -- การใช้พลังงาน, Textile industry -- Energy consumption
Abstract งานวิจัยนี้ศึกษาดัชนีคาร์บอนและศักยภาพการลดก๊าซเรือนกระจกจากการใช้พลังงานตลอดจนจำลองภาพเหตุการณ์ในอนาคตของอุตสาหกรรมสิ่งทอในประเทศไทย ผลการศึกษาพบว่า ค่าดัชนีคาร์บอน บนพื้นฐานมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ปี พ.ศ. 2548 และบนพื้นฐานปริมาณการผลิตของอุตสาหกรรมสิ่งทอในประเทศไทยปี พ.ศ. 2550 มีค่าเท่ากับ 0.31 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อเหรียญสหรัฐฯ และ 1.79 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อตันผลิตภัณฑ์ตามลำดับ เมื่อวิเคราะห์ค่าดัชนีคาร์บอน บนพื้นฐานปริมาณการผลิตของโรงงานควบคุม พบว่าค่าดัชนีคาร์บอนของอุตสาหกรรมกลุ่มทอผ้าสูงที่สุดเท่ากับ 4.71 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อตันผลิตภัณฑ์ รองลงมาคือ กลุ่มตกแต่งสำเร็จสิ่งทอ ปั่นด้าย ผลิตเครื่องนุ่งห่ม และผลิตเส้นใยสังเคราะห์ เท่ากับ 3.61, 2.89, 2.84 และ 1.39 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อตันผลิตภัณฑ์ตามลำดับ การจำลองภาพเหตุการณ์ในอนาคตระหว่างปี พ.ศ. 2553-2573 กรณีพื้นฐานมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่ากับ 5.10 เพิ่มเป็น 11.72 ล้านต้นคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งมีอัตราการเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 33 ต่อปี และคิดเป็นค่าดัชนีคาร์บอน 21.42 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อล้านบาท ส่วนภาพเหตุการณ์ทางเลือกกรณีปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องจักรและเทคโนโลยีและกรณีสับเปลี่ยนเชื้อเพลิงจากน้ำมันเตาเป็นก๊าซธรรมชาติ สามารถลดก๊าซเรือนกระจกคิดเป็นร้อยละ 6.34 และ 0.97 ตามลำดับ โดยมอเตอร์ไฟฟ้า คอมเพรสเซอร์ และหม้อต้มน้ำเป็นอุปกรณ์ที่มีศักยภาพคิดเป็นร้อยละ 62.6, 30.6 และ 6.8 ของศักยภาพการลดก๊าซเรือนกระจกตามลำดับ
URL Website cuir.car.chula.ac.th
Chulalongkorn University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ