การศึกษาเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงปริมาตรเลือดที่สูบฉีดออกจากหัวใจขณะฟอกเลือดในผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง ระหว่างการฟอกด้วยน้ำยาที่ไม่มีอะซิเตตและน้ำยาที่มีอะซิเตตเป็นส่วนประกอบด้วยวิธีออนไลน์ฮีโมไดอะฟิลเตรชั่น
รหัสดีโอไอ
Title การศึกษาเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงปริมาตรเลือดที่สูบฉีดออกจากหัวใจขณะฟอกเลือดในผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง ระหว่างการฟอกด้วยน้ำยาที่ไม่มีอะซิเตตและน้ำยาที่มีอะซิเตตเป็นส่วนประกอบด้วยวิธีออนไลน์ฮีโมไดอะฟิลเตรชั่น
Creator กมลวรรณ ตั้งวรพงศ์ชัย
Contributor ขจร ตีรณธนากุล
Publisher จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Publication Year 2555
Keyword การฟอกเลือด, ไดอะไลซิส, อะซิเตท, ไตวายเรื้อรัง -- การรักษา, Dialysis, Acetates, Chronic renal failure -- Treatment
Abstract ที่มา : อะซิเตตที่ใช้เป็นส่วนประกอบของน้ำยาฟอกเลือดสามารถกดการบีบตัวของหัวใจและการตีบตัวของหลอดเลือด นำมาสู่ภาวะความดันโลหิตตกระหว่างการฟอกเลือดแบบธรรมดาได้ ปัจจุบันการฟอกเลือดด้วยวิธีออนไลน์ฮีโมไดอะฟิลเตรชั่นเป็นวิธีการฟอกเลือดที่ดีที่สุดซึ่งสามารถลดปัญหาภาวะความดันโลหิตตกระหว่างการฟอกเลือดได้ ยังไม่มีการศึกษาถึงผลรวมของการฟอกเลือดด้วยวิธีออนไลน์ฮีโมไดอะฟิลเตรชั่นร่วมกับการการใช้น้ำยาฟอกเลือดปราศจากอะซิเตตซึ่งมีราคาสูงกว่าน้ำยาฟอกเลือดทั่วไปว่าสามารถรักษาความคงตัวของระบบไหลเวียนโลหิตได้ดียิ่งขึ้นหรือไม่ การศึกษานี้จึงมีวัตถุประสงค์ที่จะศึกษาผลของน้ำยาฟอกเลือดปราศจากอะซิเตตต่อการเปลี่ยนแปลงปริมาตรเลือดที่สูบฉีดออกจากหัวใจขณะฟอกเลือดด้วยวิธีออนไลน์ฮีโมไดอะฟิลเตรชั่น วิธีการศึกษา : การศึกษาเชิงทดลองแบบสุ่มทางคลินิกในผู้ป่วยที่ได้รับการฟอกเลือด 22 ราย สลับระหว่างการฟอกเลือดด้วยน้ำยาปราศจากอะซิเตตและน้ำยาที่มีอะซิเตตเป็นส่วนประกอบในช่วงระยะเวลาห่างกัน 1 สัปดาห์ เปรียบเทียบผลของน้ำยาฟอกเลือดทั้งสองชนิดต่อการเปลี่ยนแปลงปริมาตรเลือดที่สูบฉีดออกจากหัวใจต่อนาที การเปลี่ยนแปลงปริมาตรเลือดที่สูบฉีดออกจากหัวใจต่อนาทีต่อพื้นที่ผิว และการเปลี่ยนแปลงของความต้านทานหลอดเลือดส่วนปลายทุกชั่วโมงระหว่างการฟอกเลือดด้วยวิธีออนไลน์ฮีโมไดอะฟิลเตรชั่น ผลการศึกษา : ลักษณะพื้นฐานทางคลินิกและพารามิเตอร์ของระบบหัวใจและหลอดเลือดรวมถึง NT-proBNP (1,993±3,335 vs. 2,484±9,698 pg/mL, p = 0.21) และ troponin-T (0.052±0.046 กับ 0.056±0.035 นาโนกรัมต่อมิลลิลิตร, p = 0.92) ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระหว่างการฟอกเลือดด้วยน้ำยาปราศจากอะซิเตตและน้ำยาที่มีอะซิเตตเป็นส่วนประกอบ และไม่พบความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของความดันโลหิตซิสโตลิก ความดันไดแอสโตลิกและความดันเฉลี่ยระหว่างน้ำยาฟอกเลือดทั้งสองชนิด (p = 0.979, 0.770, and 0.861 ตามลำดับ) อุบัติการณ์ของภาวะความดันโลหิตตกหรืออาการของภาวะความดันโลหิตตกระหว่างการฟอกเลือดไม่มีความแตกต่างกันระหว่างสองกลุ่ม ค่าเริ่มต้นและการเปลี่ยนแปลงของปริมาตรเลือดที่สูบฉีดออกจากหัวใจต่อนาที การเปลี่ยนแปลงปริมาตรเลือดที่สูบฉีดออกจากหัวใจต่อนาทีต่อพื้นที่ผิว และการเปลี่ยนแปลงของความต้านทานหลอดเลือดส่วนปลายไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระหว่างน้ำยาฟอกเลือดทั้งสองชนิด (p = 0.199, 0.534 และ 0.641 ตามลำดับ) การลดลงของ NT-proBNP และ troponin-T เมื่อคิดเป็นร้อยละไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (72.6±12.3 กับ 72.6±12.8 , p= 0.99 และ 35.2±12.8 กับ. 36.7±12.0, p = 0.51) สรุป : ผู้ป่วยที่มีอาการทางคลินิกคงที่และได้รับการฟอกเลือดด้วยวิธีออนไลน์ฮีโมไดอะฟิลเตรชั่นสามารถใช้น้ำยาฟอกเลือดมาตรฐานที่มีส่วนประกอบของอะซิเตตได้โดยไม่มีผลเสียต่อหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งน่าจะเป็นผลจากการช่วยรักษาเสถียรภาพของระบบหัวใจและหลอดเลือดด้วยวิธีการออนไลน์ฮีโมไดอะฟิลเตรชั่นเอง ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้น้ำยาฟอกเลือดปราศจากอะซิเตตซึ่งเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายให้สูงขึ้น และควรมีการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้น้ำยาฟอกเลือดปราศจากอะซิเตตในกลุ่มผู้ป่วยที่มีปัญหาของระบบหัวใจและหลอดเลือด
URL Website cuir.car.chula.ac.th
Chulalongkorn University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ