|
การพัฒนารูปแบบการบริหารงบประมาณและการเงินในอนาคตสำหรับสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การพัฒนารูปแบบการบริหารงบประมาณและการเงินในอนาคตสำหรับสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน |
| Creator | ภูมิภาคิณศม์ อิสสระยางกูล |
| Contributor | พฤทธิ์ ศิริบรรณพิทักษ์, ชญาพิมพ์ อุสาโห |
| Publisher | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| Publication Year | 2554 |
| Keyword | งบประมาณ, โรงเรียน -- การจัดสรรเงินและรายจ่าย, โรงเรียน -- การเงิน, โรงเรียน -- การจัดการ |
| Abstract | การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงบรรยาย มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ของการบริหารงบประมาณและการเงินของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 2) พัฒนารูปแบบการบริหารงบประมาณและการเงินในอนาคตสำหรับสถานศึกษา ขั้นพื้นฐาน การวิจัยมีขั้นตอนสำคัญคือ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ของการบริหารงบประมาณและการเงินของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 2) ร่างรูปแบบการบริหารงบประมาณและการเงินในอนาคตสำหรับสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 3) ตรวจสอบความเหมาะสมและประโยชน์ของรูปแบบ 4) ปรับปรุงและนำเสนอรูปแบบ ประชากรคือ สำนักนโยบายและแผน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 1 แห่ง กองงบประมาณ 1 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 1 แห่ง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 226 แห่ง โรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 30,498 แห่ง กลุ่มตัวอย่าง ที่ได้จากการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย (Simple Random Sampling) จำนวน 926 แห่ง ผู้ให้ข้อมูลทั้งสิ้น 581 แห่ง ( 1 แห่ง ต่อผู้ให้ข้อมูล 1 คน) คือ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้น 1 คน หัวหน้ากลุ่มงานงบประมาณ 1 สำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน 1 คน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 89 คน ผู้อำนวยการกลุ่มนโยบายและแผนเขตพื้นที่การศึกษา 47 คน ผู้อำนวยการโรงเรียน 278 คน รองผู้อำนายการโรงเรียน 165 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม,แบบตรวจสอบและประเมินรูปแบบ,แบบสนทนากลุ่ม สถิติที่ใช้ในการวิจัย คือ ค่าเฉลี่ย, ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน, ค่าร้อยละ ผลการวิจัย พบว่า 1. ระดับการปฏิบัติจริงสูงสุดในปัจจุบันของการบริหารงบประมาณและการเงินของโรงเรียนโดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา อยู่ในระดับมาก ( x = 3.85) รองลงไป คือ การบริหารงบประมาณและการเงินของโรงเรียนโดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ( x = 3.62) และการบริหารงบประมาณและการเงินของโรงเรียนโดยโรงเรียน ( x = 3.52) 2.ระดับการปฏิบัติที่พึงประสงค์มากที่สุด คือ การบริหารงบประมาณและการเงินของโรงเรียนโดยโรงเรียน ( x = 4.97) รองลงไป คือ การบริหารงบประมาณและการเงินของโรงเรียนโดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา อยู่ในระดับน้อยที่สุด ( x = 0.79) และการบริหารงบประมาณและการเงินของโรงเรียนโดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน อยู่ในระดับน้อยที่สุด ( x = 0.70) เมื่อพิจารณาความต้องการจำเป็นของการบริหารงบประมาณและการเงินของโรงเรียน พบว่า มีความจำเป็นต้องลดการบริหารงบประมาณและการเงินของโรงเรียนโดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มากที่สุด (ค่า PNI modified = -0.81) รองลงไป คือ การบริหารงบประมาณและการเงินของโรงเรียนโดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (ค่า PNI modified = -0.80) และเพิ่มการบริหารงบประมาณและการเงินของโรงเรียนโดยโรงเรียน (ค่า PNI modified = 0.41) 3.รูปแบบการบริหารงบประมาณและการเงินในอนาคตสำหรับสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีความเหมาะสมและเป็นประโยชน์ คือ“รูปแบบการบริหารงบประมาณและการเงินสำหรับสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน” ( School-Based Budgeting and Financial Management Model for Basic Education Institutions) ซึ่งประกอบด้วย ลักษณะสำคัญ คือ 1 เพิ่มระดับการปฏิบัติในการบริหารงบประมาณและการเงินของโรงเรียน และมอบหมายให้รองผู้อำนวยการโรงเรียนมีบทบาทชัดเจนในการบริหารงบประมาณและการเงิน 2.ลดระดับการปฏิบัติในการบริหารงบประมาณ และการเงินของโรงเรียนโดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และจัดบุคลากรทำหน้าที่การบริหารงบประมาณและการเงิน เพื่อลดการใช้ครูในหน้าที่ดังกล่าว 3. ลดระดับการปฏิบัติในการบริหารงบประมาณและการเงินของโรงเรียนโดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และจัดบุคลากรทำหน้าที่การบริหารงบประมาณและการเงิน เพื่อลดการใช้ครูในหน้าที่ดังกล่าว ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้ มีดังนี้ 1.ควรแก้ไขกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงบประมาณและการเงินของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานให้สอดคล้องกับรูปแบบการบริหารงบประมาณและการเงินสำหรับสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน 2.ควรกำหนดเกณฑ์การประเมินความพร้อมทั้งก่อนและหลังการนำรูปแบบการบริหารงบประมาณและการเงินสำหรับสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานไปใช้เพื่อติดตามประเมินผล |
| URL Website | cuir.car.chula.ac.th |