|
การเปรียบเทียบการผลิตเยื่อโซดา เยื่อคราฟต์และเยื่อคราฟต์ดัดแปรจากลำต้น(เทียม)กล้วย |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การเปรียบเทียบการผลิตเยื่อโซดา เยื่อคราฟต์และเยื่อคราฟต์ดัดแปรจากลำต้น(เทียม)กล้วย |
| Creator | ปาณิศา พิริยะวรรธน์ |
| Contributor | อรัญ หาญสืบสาย |
| Publisher | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| Publication Year | 2554 |
| Keyword | กระดาษ, Banana pseudostem |
| Abstract | งานวิจัยนี้เปรียบเทียบการผลิตเยื่อโซดา คราฟต์ และคราฟต์ดัดแปรจากลำต้นกล้วย เริ่มจากการผลิตเยื่อแบบโซดาโดยใช้ปริมาณโซเดียมไฮดรอกไซด์เท่ากับร้อยละ 10 15 และ 20 ของน้ำหนักแห้ง พบว่าการใช้โซเดียมไฮดรอกไซด์เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผลผลิตเยื่อและ คัปปานัมเบอร์ลดลง แต่ความต้านทานแรงฉีกเพิ่มขึ้น ปริมาณโซเดียมไฮดรอกไซด์ที่เหมาะสมคือ ระดับร้อยละ 15 ของน้ำหนักแห้ง สำหรับการผลิตเยื่อแบบคราฟต์โดยใช้ค่าซัลฟิดิตี้เท่ากับร้อยละ 20 25 และ 30 พบว่าเมื่อค่าซัลฟิดิตี้เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผลผลิตเยื่อลดลงแต่ความขาวสว่างเพิ่มขึ้น ค่าซัลฟิดิตี้ที่เหมาะสม คือ ร้อยละ 25 การผลิตเยื่อแบบคราฟต์ดัดแปรโดยใช แอนทราควิโนนเท่ากับร้อยละ 0.1 และ 0.2 ของน้ำหนักแห้ง พบว่าการใช้แอนทราควิโนนส่งผลให้ผลผลิตเยื่อและความต้านทานแรงฉีกเพิ่มขึ้น แต่คัปปานัมเบอร์ และความแข็งแรงต่อแรงดึงลดลง ปริมาณแอนทราควิโนนที่เหมาะสม คือ ร้อยละ 0.2 สำหรับการผลิตเยื่อแบบคราฟต์ดัดแปรโดยใช้เมทานอลร้อยละ 20 ของปริมาตรของเหลวทั้งหมด พบว่าให้ผลไปในทิศทางเดียวกับการใช้แอนทราควิโนน ยกเว้นการใช้เมทานอลส่งผลให้ความยาวของเส้นใยลดลง และจากการเปรียบเทียบผลของชนิดการผลิตเยื่อแบบต่างๆ พบว่าการผลิตเยื่อด้วยวิธีคราฟต์ดัดแปรโดยใช้แอนทราควิโนนหรือเมทานอลให้ผลผลิตเยื่อสูงกว่าการผลิตเยื่อแบบคราฟต์และโซดา การผลิตเยื่อด้วยวิธีคราฟต์ให้ค่าคัปปานัมเบอร์สูงที่สุด ซึ่งค่าคัปปานัมเบอร์นี้ลดลงเมื่อมีการใช้แอนทราควิโนน และ/หรือ เมทานอล การผลิตเยื่อแบบคราฟต์ดัดแปรโดยใช้เมทานอลและแอนทราควิโนนให้ปริมาณลิกนินในเยื่อน้อยสุด โดยให้ปริมาณแอลฟาเซลลูโลสและเฮมิเซลลูโลสสูงกว่าการผลิตเยื่อแบบคราฟต์และแบบโซดา การผลิตเยื่อคราฟต์แบบดัดแปรให้ความแข็งแรงต่อแรงดึงต่ำกว่าการผลิตเยื่อแบบคราฟท์และโซดา แต่ให้ความต้านทานแรงฉีกสูงกว่าการผลิตเยื่อแบบคราฟต์ โดยค่าที่ได้จะใกล้เคียงกับการผลิตเยื่อแบบโซดา |
| URL Website | cuir.car.chula.ac.th |