ไซล็อกเซนเตรียมจากกระบวนการโซล-เจล/อะคริเลตสำหรับสารเคลือบผิวไฮบริดที่บ่มด้วยรังสียูวี
รหัสดีโอไอ
Title ไซล็อกเซนเตรียมจากกระบวนการโซล-เจล/อะคริเลตสำหรับสารเคลือบผิวไฮบริดที่บ่มด้วยรังสียูวี
Creator วีพอล ประมวลกิจจา
Contributor นันทนา จิรธรรมนุกูล
Publisher จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Publication Year 2554
Keyword ฟันปลอม -- สารเคลือบ, การเคลือบผิวเพื่อป้องกัน, ทันตกรรมประดิษฐ์, Dentures -- Coatings, Protective coatings, Prosthodontics
Abstract วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้ได้ศึกษาการเตรียมสารเคลือบผิวไฮบริดระหว่าง สารเคลือบผิวยูรีเทนอะคริเลตกับพอลิไซล็อกเซนที่ทำการบ่มด้วยรังสียูวีให้เคลือบ ลงบนฐานฟันปลอมอะคริลิกได้ สารเคลือบผิวไฮบริดได้จากการเติมสารประกอบ ไซล็อกเซนที่เตรียมจากกระบวนการโซลเจลแบบ Si1-1, Si1-2, Si2-1 และ Si2-2 ร้อยละ 1-40 โดยน้ำหนักลงในสารเคลือบผิวยูรีเทนอะคริเลตและใช้สารเริ่มปฏิกิริยาทางแสง Darocur 1173 ในปริมาณร้อยละ 4 โดยน้ำหนักของเรซิน และสารเคลือบผิวทำการตรวจสอบคุณลักษณะได้แก่ การเปลี่ยนแปลงของพันธะคู่คาร์บอนด้วยเครื่อง ATR-IR เสถียรภาพทาง ความร้อนด้วยเครื่อง TGA และระดับการเชื่อมขวางของโครงสร้างพอลิไซล็อกเซนด้วยเครื่อง 29Si-NMR และทดสอบสมบัติกายภาพของฟิล์มสารเคลือบบนแผ่นอะคริลิกใส โดยสูตร สารเคลือบไฮบริดที่เติมสารประกอบแบบ Si 1-2 ร้อยละ 40 โดยน้ำหนักเกิดการเปลี่ยนแปลงของพันธะคู่และระดับการเชื่อมขวางในโครงสร้างของพอลิไซล็อกเซนสูงและฟิล์มไฮบริดที่ได้มีความแข็งและการติดแน่นกับแผ่นอะคริลิกได้ดี แต่สูตรที่ได้เมื่อเคลือบลงบนฐานฟันปลอมอะคริลิกพบว่าฟิล์มเกิดรอยแตก จึงแก้ไขโดยเติมตัวเจือจางว่องไวที่มีความยืดหยุ่นและลดปริมาณการเติมสารประกอบไซล็อกเซนจากร้อยละ 40 เปลี่ยนเป็นร้อยละ 30 โดยน้ำหนัก จากนั้นสารเคลือบไฮบริดบนฐานฟันปลอมอะคริลิกทำการบ่มด้วยความเข้มของรังสีเท่ากับ 3,000 มิลลิจูจต่อตรางเซนติเมตร และฟิล์มไฮบริดที่ได้นำมาทดสอบสมบัติทางกายภาพและ เปรีบยเทียบกับฟิล์มจากสารเคลือบทางการค้า โดยฟิล์มไฮบริดมีความเงาในระดับที่ดีและมีสมบัติด้านความแข็ง การติดแน่น และความทนน้ำดีกว่าฟิล์มจากสารเคลือบทางการค้า
URL Website cuir.car.chula.ac.th
Chulalongkorn University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ