|
การสกัดสารประกอบฟีนอลิกจากสำมะงาโดยใช้เครื่องสกัดแบบแพคเบด |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การสกัดสารประกอบฟีนอลิกจากสำมะงาโดยใช้เครื่องสกัดแบบแพคเบด |
| Creator | ปิยะพงค์ กิตติสารธรรม |
| Contributor | ชุติมณฑน์ สถิรพิพัฒน์กุล |
| Publisher | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| Publication Year | 2554 |
| Keyword | สำมะงา, สารสกัดจากพืช, แอนติออกซิแดนท์ |
| Abstract | สำมะงาเป็นพืชสมุนไพรที่พบได้ทั่วไปในประเทศไทย ได้ถูกรายงานว่า มีการนำมาใช้ในการรักษาโรคแพทย์แผนไทย ในต้นสำมะงาประกอบด้วยสารประกอบฟีนอลิกหลายชนิด ซึ่งมีเอกสารยืนยันว่า มีประโยชน์ในด้านการยับยั้งจุลินทรีย์ การต้านมะเร็ง การลดอาการอักเสบ และการต้านอนุมูลอิสระ เป็นต้น งานวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายในการศึกษาหาภาวะที่เหมาะสมของการสกัดสารประกอบฟีนอลิกจากสำมะงา โดยการทดลองแบ่งเป็น 2 ระบบ คือ การสกัดแบบกะ และการสกัดแบบต่อเนื่องในเครื่องสกัดแบบแพคเบด ภาวะที่เหมาะสมในการสกัดแบบกะ คือ สารละลายเอทานอลร้อยละ 50 (ปริมาตร/ปริมาตร) เป็นตัวทำละลาย อุณหภูมิในการสกัด 75 องศาเซลเซียส อัตราส่วนตัวทำละลายต่อของแข็ง 20:1 (มิลลิลิตรต่อกรัม) ขนาดอนุภาคน้อยกว่า 75 ไมโครเมตร ที่เวลาการสกัด 240 นาที ซึ่งได้ค่าผลได้สารประกอบฟีนอลิกเท่ากับ 14.48 มิลลิกรัมสมมูลกรดแกลลิกต่อกรัมสำมะงาแห้ง ส่วนภาวะที่เหมาะสมในการสกัดแบบแพคเบด คือ สารละลายเอทานอลร้อยละ 50 (ปริมาตร/ปริมาตร) ที่อัตราการป้อนตัวทำละลาย 25 มิลลิลิตรต่อนาที อุณหภูมิในการสกัด 75 องศาเซลเซียส ขนาดอนุภาค 180-300 ไมโครเมตร และที่เวลาการสกัด 180 นาที ได้ค่าผลได้สารประกอบฟีนอลิกเท่ากับ 14.83 มิลลิกรัมสมมูลกรดแกลลิกต่อกรัมสำมะงาแห้ง พบว่า ที่ภาวะที่เหมาะสมนั้น เครื่องสกัดแบบแพคเบดมีการสกัดที่ดีกว่าการสกัดแบบกะ อัตราการสกัดสารประกอบฟีนอลิกมีค่าเพิ่มขึ้นเมื่อมีการเพิ่มอัตราการป้อนตัวทำละลาย ที่อัตราการป้อนตัวทำละลาย 25 มิลลิลิตรต่อนาที จะได้ค่าสัมประสิทธิ์การแพร่เฉลี่ยสูงสุดที่ 23.6 ×10-13 ตารางเมตรต่อวินาที ในขณะที่ในการสกัดแบบกะ ค่าสัมประสิทธิ์การแพร่เฉลี่ยมีค่าเท่ากับ 1.64 ×10-13 ตารางเมตรต่อวินาที |
| URL Website | cuir.car.chula.ac.th |