การพัฒนารูปแบบกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษตามทฤษฎีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ของแมคเคลแลนด์และการเสริมสร้างอัตมโนทัศน์ตามแนวคิดนีโอฮิวแมนนิส เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษให้กับนักศึกษาการศึกษานอกระบบ กลุ่มด้อยสัมฤทธิ์ที่เรียนด้วยวิธีเรียนทางไกล
รหัสดีโอไอ
Title การพัฒนารูปแบบกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษตามทฤษฎีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ของแมคเคลแลนด์และการเสริมสร้างอัตมโนทัศน์ตามแนวคิดนีโอฮิวแมนนิส เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษให้กับนักศึกษาการศึกษานอกระบบ กลุ่มด้อยสัมฤทธิ์ที่เรียนด้วยวิธีเรียนทางไกล
Creator สุนิดา ศิริพากย์
Contributor เกียรติวรรณ อมาตยกุล, ทวีวัฒน์ ปิตยานนท์
Publisher จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Publication Year 2553
Keyword ภาษาอังกฤษ -- การศึกษาและการสอน, ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน, การศึกษานอกระบบโรงเรียน, การศึกษาทางไกล, การรับรู้ตนเอง, แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์
Abstract การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1)พัฒนารูปแบบกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษตามทฤษฎีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ของแมคเคลแลนด์ และการเสริมสร้างอัตมโนทัศน์ตามแนวคิดนีโอฮิวแมนนิส เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษให้กับนักศึกษาการศึกษานอกระบบ กลุ่มด้อยสัมฤทธิ์ ที่เรียนด้วยวิธีเรียนทางไกล (2) ทดลองใช้รูปแบบกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษตามทฤษฎีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ของแมคเคลแลนด์ และการเสริมสร้างอัตมโนทัศน์ตามแนวคิดนีโอฮิวแมนนิส เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษของกลุ่มทดลองที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมการศึกษานอกระบบโรงเรียน เปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมที่ไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรม (3) ศึกษาปัจจัยและเงื่อนไขในการนำรูปแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่ได้พัฒนาขึ้นไปใช้ โดยนำไปทดลองกับกลุ่มตัวอย่างที่เป็นนักศึกษาการศึกษานอกระบบ จำนวน 40 คน แบ่งเป็น2 กลุ่มคือ กลุ่มทดลองที่เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษตามทฤษฎีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ของแมคเคลแลนด์และการเสริมสร้างอัตมโนทัศน์ตามแนวคิดนีโอฮิวแมนนิส เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษให้กับนักศึกษาการศึกษานอกระบบ กลุ่มด้อยสัมฤทธิ์ที่เรียนด้วย วิธีเรียนทางไกล และกลุ่มควบคุมที่ไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมโดยศึกษาตามเนื้อหาหลักสูตรของสถาบันการศึกษาทางไกลตามปกติ กลุ่มทดลองเข้าร่วมกิจกรรม 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การเข้าร่วมกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ เป็นเวลา 48 ชั่วโมง ระยะที่ 2 เป็นการเรียนรู้ในภาคทฤษฎีและปฏิบัติ เป็นเวลา 21 ชั่วโมง และส่วนที่เป็นการเรียนรู้ด้วยตนเองโดยเรียนจากคู่มือ เป็นเวลา 42 ชั่วโมง ผลการวิจัยปรากฏดังนี้ 1.รูปแบบกิจกรรม ได้แก่ (1)วัตถุประสงค์ (2) ผู้เรียน (3) ผู้สอน (4) เนื้อหาสาระ (5) กิจกรรมการเรียนรู้ (6) ระยะเวลา (7) สภาพแวดล้อม (8) สื่อการเรียนรู้ (9) ประเมินผล 2. ผลการทดลองใช้รูปแบบ พบว่า กลุ่มทดลองมีการพัฒนาแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ อัตมโนทัศน์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษหลังการทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3.การศึกษาปัจจัยและเงื่อนไขในการนำรูปแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่ได้พัฒนาขึ้นไปใช้ ในการวิจัยครั้งนี้ พบว่า ปัจจัย ได้แก่ผู้เรียน ผู้สอน เนื้อหาสาระ กิจกรรมการเรียนรู้ ระยะเวลา สื่อการเรียนรู้ สภาพแวดล้อม การวัดและการประเมินผล และเงื่อนไข ได้แก่ ผู้เรียน ผู้สอน ระยะเวลา สภาพแวดล้อม การวัดและการประเมินผล
URL Website cuir.car.chula.ac.th
Chulalongkorn University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ