|
การสะสมของสังกะสีในปะการังเขากวางโดยใช้สังกะสี - 65 เป็นเรดิโอเทรเซอร์ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การสะสมของสังกะสีในปะการังเขากวางโดยใช้สังกะสี - 65 เป็นเรดิโอเทรเซอร์ |
| Creator | อนันท์ โอมณี |
| Contributor | นเรศร์ จันทน์ขาว |
| Publisher | Chulalongkorn University |
| Publication Year | 2553 |
| Keyword | สังกะสี -- การสะสมทางชีววิทยา, ปะการัง -- ผลกระทบจากคุณภาพของน้ำ, ปะการังเขากวาง -- ผลกระทบจากคุณภาพของน้ำ, อาวุธนิวเคลียร์ -- แง่สิ่งแวดล้อม, มลพิษทางทะเล, มลพิษจากกัมมันตรังสีในทะเล, ตัวติดตามทางรังสี |
| Abstract | การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะศึกษาการสะสมเชิงชีววิทยาของธาตุสังกะสีในปะการังเขา กวาง (Acropora formosa) ภายใต้สภาวะควบคุมหลายเงื่อนไขในห้องปฏิบัติการและในสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ โดยการใช้สังกะสี-65 เป็นเรดิโอเทรเซอร์ การวิจัยนี้ได้ข้อสรุปดังต่อไปนี้คือ ประการแรก การสะสมสังกะสี-65 ของปะการังมีรูปแบบเป็นเชิงเส้น ความเข้มข้นสูงสุดและอัตราการสะสมต่อชั่วโมงของธาตุสังกะสีที่ระยะเวลาทดลอง 96 ชั่วโมง มีค่าประมาณ 400 (CFm) และ 4 เท่าของความเข้มข้นของสังกะสีในน้ำทะเลตามลำดับ การสะสมของธาตุ สังกะสีในเนื้อเยื่อมีรูปแบบเหมือนกับในโครงสร้าง โดยมีความเข้มข้นของธาตุสังกะสีสูงสุด และอัตราการสะสมประมาณ 47,700 และ 450 เท่าของความเข้มข้นของสังกะสีในน้ำทะเลตามลำดับ การขับธาตุสังกะสี-65 ออกจากโครงสร้างและเนื้อเยื่อในช่วงเวลาทดลอง 96 ชั่วโมง มีรูปแบบเป็น Two-Component Exponential Model โดยมีค่าครึ่งชีวิตทางชีวภาพของสังกะสี-65 สำหรับการ ขับออกอย่างรวดเร็วประมาณ 1 ชั่วโมง และอย่างช้าประมาณ 200 และ 60 ชั่วโมง โดยมี ประสิทธิภาพการคงอยู่ร้อยละประมาณ 54 และ 80 ตามลำดับ ที่ระดับความเข้มข้นของสังกะสี ในน้ำทะเลเกิน 500 นาโนโมลาร์ต่อลิตร อัตราการสะสมของธาตุสังกะสีลดลงทั้งในเนื้อเยื่อและในโครงสร้าง โดยท้ายที่สุดพบว่าเมื่อปะการังอยู่ในที่มืดอัตราการสะสมของธาตุสังกะสีลดลงทั้งในเนื้อเยื่อและในโครงสร้าง เหลือเพียงร้อยละ 50 จากผลการวิจัยทั้งหมดสามารถสรุปได้ว่าปะการังเขากวางสะสมธาตุสังกะสีจากน้ำทะเลไว้ได้อย่างดีและมีครึ่งชีวิตทางชีววิทยาที่ค่อนข้างยาว จึงมีความเป็นไปได้ที่จะใช้ปะการังเขากวางเป็นตัวบ่งชี้ทางชีวภาพ เพื่อวัดและประเมินคุณภาพของน้ำทะเลในพื้นที่ที่มีแนวโน้มในการเกิดมลภาวะ |
| URL Website | cuir.car.chula.ac.th |