|
การสังเคราะห์เทอร์โมพลาสติกพอลิยูรีเทนจากขยะเพ็ต |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การสังเคราะห์เทอร์โมพลาสติกพอลิยูรีเทนจากขยะเพ็ต |
| Creator | ศิรประภา เจริญภักดี |
| Contributor | ประณัฐ โพธิยะราช |
| Publisher | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| Publication Year | 2551 |
| Keyword | Thermoplastic, Polyurethane, Pet waste |
| Abstract | งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อเตรียมเทอร์โมพลาสติกพอลิยูรีเทน (ทีพียู) จากผลิตภัณฑ์ไกลโคไลซ์ที่ได้จากการไกลโคลิซิสขยะประเภทพอลิเอทิลีนเทเรฟแทเรตหรือเพ็ต รวมทั้งศึกษาผลของชนิดและปริมาณเชนเอกซ์เทนเดอร์ที่มีต่อสมบัติทางกายภาพของทีพียูที่เตรียมได้ โดยได้นำเศษเพ็ตที่เตรียมจากขวดเพ็ตมาไกลโคลิซิสด้วยโพรพิลีนไกลคอลที่มากเกินพอในอัตราส่วนของเพ็ตต่อโพรพิลีนไกลคอลคือ 37.5 : 62.5 โดยน้ำหนัก และใช้ซิงก์อะซิเตต 0.5% โดยน้ำหนักของเพ็ตเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา ผลิตภัณฑ์ไกลโคไลซ์ที่ได้นำมาทำปฏิกิริยากับไดฟีนิลมีเทนไดไอโซไซยาเนต (เอ็มดีไอ) ร่วมกับเชนเอกซ์เทนเดอร์ได้แก่ เอทิลีนไกลคอล โพรพิลีนไกลคอล ไดเอทิลีนไกลคอล พอลิเอทิลีนไกลคอล หรือพอลิโพรพิลีนไกลคอลชนิดใดชนิดหนึ่ง เพื่อศึกษาผลของชนิดเชนเอกซ์เทนเดอร์ที่มีผลต่อทีพียูที่เตรียมได้ มีการปรับเปลี่ยนสัดส่วนโดยโมลของเอ็มดีไอต่อผลิตภัณฑ์ไกลโคไลซ์ (NCO/OH) และเชนเอกซ์เดอร์ เพื่อศึกษาผลของปริมาณเชนเอกซ์เทนเดอร์และกำหนดให้ผลรวมสัดส่วนโดยโมลของNCO/OH ในระบบเท่ากับ 1 การสังเคราะห์พอลิยูรีเทนใช้วิธีการสังเคราะห์แบบบัลก์และแบบสารละลาย จากนั้นนำพรีพอลิเมอร์ที่ได้อัดแบบและหล่อแบบตามลำดับ ในการสังเคราะห์แบบบัลก์พบว่าทีพียูที่มีพอลิเอทิลีนไกลคอล 5%-8% สามารถขึ้นรูปเป็นแผ่นด้วยการอัดแบบได้ และการสังเคราะห์แบบสารละลายพบว่าทีพียูที่มีพอลิเอทิลีนไกลคอล 0%-8% สามารถขึ้นรูปเป็นแผ่นด้วยการหล่อแบบได้ และพบอีกว่าทีพียูที่มีพอลิเอทิลีนไกลคอล 5% จากการสังเคราะห์แบบบัลก์ และที่มี พอลิเอทิลีนไกลคอล 2.5% และ 5% จากการสังเคราะห์แบบสารละลายนั้นมีค่าความแข็งใกล้เคียงกับทีพียูทางการค้า ผลิตภัณฑ์ที่ได้นำไปวิเคราะห์และทดสอบสมบัติต่างๆ ได้แก่ การวิเคราะห์หาน้ำหนักและการกระจายน้ำหนักโมเลกุลด้วยเทคนิคเจลเพอมิเอชันโครมาโทกราฟี การวิเคราะห์หมู่ฟังก์ชันด้วยเทคนิคฟูเรียร์ทรานสฟอร์มอินฟราเรดสเปกโทรสโกปี (FT-IR) การทดสอบสมบัติทางความร้อนด้วยเทคนิค เทอร์โมกราวิเมทริกแอนนาไลซิส (TGA) เทคนิคดิฟเฟอเรนเชียลสแกนนิงคาลอริเมทรี (DSC) และการวิเคราะห์สมบัติเชิงกลพลวัต (DMA) โดยพบว่าปริมาณของพอลิเอทิลีนไกลคอลและวิธีการสังเคราะห์นั้นมีผลต่ออุณหภูมิการสลายตัวเล็กน้อย แต่มีผลอย่างเห็นได้ชัดต่ออุณหภูมิกลาสทรานซิชัน (Tg) อุณหภูมิหลอมเหลว (Tm) ความสามารถในการขึ้นรูป และความแข็งของชิ้นงาน พอลิเอทิลีนไกลคอลในทีพียูนั้นทำให้ชิ้นงานมีอุณหภูมิในการเริ่มสลายตัวด้วยความร้อนสูงกว่าทีพียูที่ไม่มีพอลิเอทิลีนไกลคอลเป็น เชนเอกซ์เทนเดอร์ แต่ก็ต่ำกว่าทีพียูทางการค้า และพอลิเอทิลีนไกลคอลเพียงอย่างเดียว |
| URL Website | cuir.car.chula.ac.th |