|
การวิเคราะห์กำลังการผลิต กรณีศึกษาโรงงานผลิตชิ้นส่วนคอนกรีตเสริมเหล็กสำเร็จรูป |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การวิเคราะห์กำลังการผลิต กรณีศึกษาโรงงานผลิตชิ้นส่วนคอนกรีตเสริมเหล็กสำเร็จรูป |
| Creator | ดุษณี สีมาขจร |
| Contributor | สมชาย พัวจินดาเนตร |
| Publisher | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| Publication Year | 2551 |
| Keyword | อุตสาหกรรมคอนกรีตหล่อสำเร็จรูป -- กำลังการผลิต, การกำหนดงานการผลิต, การควบคุมกระบวนการผลิต, Precast concrete industry -- Industrial capacity, Production scheduling, Process control |
| Abstract | งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์หากำลังการผลิตและขั้นตอนการผลิตที่ทำให้เกิดความล่าช้า 2) เสนอแนวทางการปรับปรุงกระบวนการผลิต โดยพิจารณาการลดรอบเวลาการทำงานของแต่ละสถานี ในโรงงานผลิตชิ้นส่วนคอนกรีตเสริมเหล็กสำเร็จรูป ซึ่งประกอบด้วย 9 สถานีงาน ได้แก่ สถานีกำหนดตำแหน่งอุปกรณ์ สถานีวางแบบกั้นข้าง สถานีติดตั้งอุปกรณ์ สถานีวางโครงเหล็กเสริมความแข็งแรง สถานีเทคอนกรีต สถานีขัดผิวหน้าคอนกรีต สถานีบ่มคอนกรีต สถานีถอดแบบ และสถานียกชิ้นงานเก็บ โดยขั้นตอนการดำเนินการศึกษา มีดังนี้ (1) ศึกษารอบเวลาการผลิตก่อนการปรับปรุง โดยการเปรียบเทียบรอบเวลาที่ประเมินได้จากเวลามาตรฐานในการทำงาน และจากการสำรวจเวลาที่ใช้ในปัจจุบัน (2) การคำนวณหากำลังการผลิต โดยอิงรอบเวลาการผลิตจากเวลามาตรฐานประเมินและจากเวลาที่ใช้ในปัจจุบัน (3) การปรับปรุงเพื่อเพิ่มอัตราการผลิต โดยวิเคราะห์หาสาเหตุความล่าช้าของแต่ละขั้นตอนกระบวนการผลิต และจัดสมดุลสายการผลิต และ (4) เปรียบเทียบผลของรอบเวลาการผลิตและอัตราการผลิตก่อนและหลังการปรับปรุง ผลการศึกษาพบว่า (1) ปัจจุบันโรงงานมีอัตราการผลิตอยู่ที่ 168 หลัง/เดือน คิดเป็นร้อยละ 56 ของกำลังการผลิตตามการออกแบบของโรงงานที่กำหนดไว้ 300 หลัง/เดือน (2) ผลการศึกษาการทำงานพบว่า โรงงานควรมีศักยภาพในการเพิ่มผลผลิตเป็นเดือนละ 215 หลัง/เดือน หรือคิดเป็นร้อยละ 72 ของกำลังการผลิตที่ออกแบบไว้ (3) ขั้นตอนการผลิตที่ทำให้เกิดความล่าช้าในสายการผลิตที่ส่งผลให้เกิดปัญหาคอขวดมี 7 สถานีงาน คือ สถานีกำหนดตำแหน่งอุปกรณ์ สถานีวางแบบกั้นข้าง สถานีติดตั้งอุปกรณ์ สถานีวางโครงเหล็กเสริมความแข็งแรง สถานีขัดผิวหน้าคอนกรีต สถานีบ่มคอนกรีต และสถานียกชิ้นงานเก็บ (4) มาตราการที่ใช้ในการปรับปรุงเพื่อลดเวลาสูญเปล่าสำหรับขั้นตอนที่เป็นคอขวด ได้แก่ การควบคุมการผลิตให้ทันเวลากับความต้องการของสถานีก่อนหน้าและสถานีถัดไป การบริหารจัดการหน่วยงานย่อย ให้มีการจัดเตรียมประกอบอุปกรณ์ให้พร้อมก่อนการผลิต การแยกหน้าที่การทำงานในส่วนของงานภายนอกและงานภายในให้ชัดเจน การปรับปรุงวิธีการทำงานใหม่ให้ถูกต้องตามหลักการทำงานที่ดี และการฝึกอบรมพนักงานให้สามารถทำงานข้ามสายงานอื่นๆ ได้ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและความสามารถของพนักงานในสายการผลิต และ (5) ภายหลังการปรับปรุงพบว่า อัตราการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 207 หลัง/เดือน คิดเป็นร้อยละ 69 ของกำลังการผลิตตามการออกแบบโรงงาน และมีค่าเพิ่มขึ้นจากเดิม 39 หลัง/เดือน คิดเป็นร้อยละ 23.2 % |
| URL Website | cuir.car.chula.ac.th |