|
การคุ้มครองความเชื่อถือและความไว้วางใจของผู้รับคำสั่งทางปกครอง |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การคุ้มครองความเชื่อถือและความไว้วางใจของผู้รับคำสั่งทางปกครอง |
| Creator | เกียรติไกร ไกรแก้ว |
| Contributor | ณรงค์เดช สรุโฆษิต |
| Publisher | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| Publication Year | 2551 |
| Keyword | ปกครอง -- ไทย -- การคุ้มครอง, ปกครอง -- เยอรมัน -- การคุ้มครอง, วิธีพิจารณาปกครอง, พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539, หลักความสุจริต |
| Abstract | วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหลักกฎหมายมหาชนว่าด้วยการคุ้มครองความเชื่อถือและความไว้วางใจในความคงอยู่ของคำสั่งทางปกครองของปัจเจกชนผู้รับคำสั่ง ซึ่งมีลักษณะเป็นการสร้างความสมดุลระหว่างประโยชน์สาธารณะด้านหนึ่งกับประโยชน์ของเอกชนอีกด้านหนึ่ง เพื่อไม่ให้ปัจเจกชนผู้รับคำสั่งที่สุจริต ต้องแบกรับภาระเกินสมควรหรือเสียสิทธิประโยชน์อันควรได้รับอย่างไม่เป็นธรรมจากการเพิกถอนคำสั่งทางปกครอง และแม้ว่าการเพิกถอนคำสั่งดังกล่าวจะมีขึ้นเพื่อรักษาไว้ซึ่งหลักความชอบด้วยกฎหมายหรือเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ แต่ฝ่ายปกครองก็ต้องคำนึงถึงการคุ้มครองความเชื่อถือและความไว้วางใจในความคงอยู่ในสิทธิประโยชน์ของปัจเจกชนผู้สุจริตอันเนื่องมาจากการได้รับคำสั่งดังกล่าวด้วย ผลจากการศึกษาวิจัยพบว่าหลักสุจริตถือเป็นหลักกฎหมายทั่วไปที่ฝ่ายปกครองและศาลของไทย อาจนำมาปรับใช้ในการคุ้มครองประโยชน์ของปัจเจกชนที่สุจริตมิให้ได้รับความเสียหายอย่างไม่เป็นธรรมจากการเพิกถอนคำสั่งทางปกครองตั้งแต่ก่อนมีการตราพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 หลักการนี้ มีพื้นฐานคล้ายคลึงกับหลักการคุ้มครองความเชื่อถือและความไว้วางใจในความคงอยู่ของคำสั่งทางปกครองของปัจเจกชนผู้รับคำสั่งที่ปรากฏอยู่ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความในชั้นเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ค.ศ.1976 ของประเทศเยอรมัน อันเป็นต้นแบบของมาตรา 49 ถึงมาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 อย่างไรก็ดี การนำหลักการดังกล่าวมาบัญญัติไว้เป็นลายลักษณ์อักษรในพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ได้ส่งผลให้หลักกฎหมายและนิติวิธีในการเพิกถอนคำสั่งทางปกครองโดยฝ่ายปกครองและการควบคุมตรวจสอบการเพิกถอนดังกล่าวโดยศาลมีความชัดเจนยิ่งขึ้นในแง่ที่ว่าต้องพิจารณาประสานประโยชน์ระหว่างประโยชน์สาธารณะกับประโยชน์ของเอกชน โดยคำนึงถึงความเชื่อถือและความไว้วางใจในความคงอยู่ของคำสั่งทางปกครองของปัจเจกชนผู้รับคำสั่งด้วย แตกต่างไปจากเดิมที่ไม่มีกฎหมายลายลักษณ์อักษรกำหนดไว้ทำให้บางครั้ง ฝ่ายปกครองหรือแม้แต่ศาลพิจารณาวินิจฉัยโดยยึดถือเฉพาะหลักความชอบด้วยกฎหมายและหลักประโยชน์สาธารณะแต่เพียงด้านเดียว แต่แม้กระนั้นก็ตาม จากการศึกษาคำวินิจฉัยของศาลและหน่วยงานฝ่ายปกครองต่าง ๆ ของไทยจนถึงปัจจุบัน พบว่า ส่วนมากยังคงมิได้นำหลักการคุ้มครองความเชื่อถือและความไว้วางใจในความคงอยู่ของคำสั่งทางปกครองของปัจเจกชนผู้รับคำสั่งมาปรับใช้แก่กรณี และยังมีความไม่ชัดเจนในการปรับใช้หลักกฎหมายดังกล่าวอีกด้วย |
| URL Website | cuir.car.chula.ac.th |