หลักกรรมสิทธิ์ในทรัพย์และความขัดแย้งอันเกิดจากกรรมสิทธิ์ในสังคมไทย
รหัสดีโอไอ
Title หลักกรรมสิทธิ์ในทรัพย์และความขัดแย้งอันเกิดจากกรรมสิทธิ์ในสังคมไทย
Creator ประยูร ดำรงชิตานนท์
Contributor ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ
Publisher จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Publication Year 2550
Keyword กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน -- ไทย, ความขัดแย้งทางสังคม -- ไทย
Abstract สังคมที่มีระบอบการปกครองแบบเสรีประชาธิปไตยทั้งหลาย หากจะให้มีปกติสุขย่อมจำเป็นที่จะต้องมีหลักการสำคัญที่ทุกฝ่ายยึดถือเป็นรากฐานในการปฏิบัติ หรือดำเนินกิจกรรมต่างๆ ภายในสังคม ซึ่งเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ในอันที่จะยึดโยงสังคมไว้ด้วยกันอย่างแนบแน่น ไม่แตกร้าวแตกแยก หลักการสำคัญที่ว่าก็คือ “หลักกรรมสิทธิ์ในทรัพย์” มนุษย์มีความต้องการปัจจัย 4 เพื่อการดำรงชีวิต แต่สิ่งเหล่านี้จักต้องได้รับการผลิต วิถีการผลิตในแต่ละสังคมจะขึ้นอยู่กับนโยบายทางเศรษฐกิจและสังคมของสังคมนั้น หรือความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ และความสัมพันธ์ทางการผลิต หรือความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ด้วยกันในกระบวนการผลิต ความสัมพันธ์ภายใต้โครงสร้างดังกล่าวจึงเป็นปฏิสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างชนชั้น ที่ตั้งอยู่บนฐานการช่วงชิงผลประโยชน์และสิทธิในการเข้าถึงปัจจัยการผลิต การเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดจากแรงผลักดันของฝ่ายใด ผลของการเปลี่ยนแปลงได้กระทบต่อการถือครองกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ ดังนั้นวัตถุประสงค์ของการวิจัยก็คือ (1) ประมวลเนื้อหาแนวคิดทฤษฎีเกี่ยวกับหลักกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ (2) ศึกษาการพัฒนาการบทบาทและความสำคัญของหลักกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ต่อความขัดแย้งในสังคมไทย (3) ศึกษาตัวอย่างความขัดแย้งในสังคมไทยกับมิติหลักกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ ก่อนปี พ.ศ. 2475 ประเทศไทยมีระบบการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราช กษัตริย์เป็นเจ้าชีวิตและเจ้าของที่ดินทั้งหมด ราษฎรมีเพียงสิทธิอาศัยและทำกินบนที่ดิน ไม่อาจนับเป็นกรรมสิทธิ์ในที่ดินได้ จนมาในปี พ.ศ. 2398 รัฐบาลไทยบรรลุข้อตกลงสนธิสัญญาการค้าเบาว์ริงกับประเทศอังกฤษ อันมีผลให้เกิดการผลิตเพื่อการค้าขึ้นระบบกรรมสิทธิ์ในที่ดินเริ่มคลี่คลาย เอกชนมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินได้ แต่สิทธิดังกล่าวยังกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มกษัตริย์ ขุนนางและพ่อค้าต่างชาติ อาจกล่าวได้ว่า ระบบกรรมสิทธิ์จึงมี 3 ลักษณะ (1) ระบบกรรมสิทฺธิ์ของกษัตริย์ (2) ระบบกรรมสิทธิ์ของเอกชน (3) ระบบกรรมสิทธิ์ของชุมชน จนปี พ.ศ. 2475 ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงการปกครองไปสู่ระบบประชาธิปไตย และในปี พ.ศ. 2497 รัฐบาลได้ออกประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 ยอมรับกรรมสิทธิ์เอกชน ซึ่งได้รับการบังคับใช้จนกระทั่งวันที่ 13 มกราคม 2502 ก็ถูกยกเลิกโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 49 การยกเลิกบทบัญญัติว่าด้วยการกำหนดสิทธิในที่ดิน เกิดจากแรงผลักดันทางการเมืองที่สนับสนุนระบบเศรษฐกิจทุนนิยม มีผลให้กลุ่มทุนสามารถเข้าถือครองที่ดินได้โดยไม่จำกัดจำนวน เกษตรกรผู้ยากไร้มีที่ดินเพียงเล็กน้อยในการผลิตเพื่อยังชีพ จึงไม่สามารถทานอำนาจทุนและต้องสูญเสียที่ดินในที่สุด ดังนั้นตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบันจึงมีเพียงระบบกรรมสิทธิ์ในที่ดินของรัฐและเอกชนเท่านั้น ละเลยความมีอยู่ของระบบกรรมสิทธิ์ชุมชนไปอย่างสิ้นเชิง อันเป็นเหตุแห่งความขัดแย้งมากมายในสังคมไทยตลอดมาจนถึงปัจจุบัน สรุปได้ว่า (1) ผลผลิตของโครงสร้างระบอบเศรษฐกิจทุนนิยมไทย ที่มีการยึดโยงกันอย่างแน่นแฟ้นระหว่างกลุ่มการเมืองและทุนเอกชน หรือทุนการเมืองทำให้การแสดงออกซึ่งอำนาจอธิปไตยของผู้แทนราษฎรเหล่านั้น ไม่ตรงกับเจตนาส่วนรวมของประชาชนได้ ก่อให้เกิดการบิดเบือนของสถาบันทางสังคมที่ทำหน้าที่ควบคุม และกำกับการจัดสรรกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินในสังคมไทย (2) การลดหรือการแก้ปัญหาความขัดแย้งในสังคมไทยคำตอบ จึงจำเป็นต้องอาศัยการวิเคราะห์บนแนวคิดจากเศรษฐศาสตร์การเมืองของหลักกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน การเปลี่ยนแปลงวิถีการผลิตซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างส่วนบน และในทางกลับกันควบคู่กันไป
URL Website cuir.car.chula.ac.th
Chulalongkorn University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ