การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนเพื่อปรับเปลี่ยนมโนทัศน์ด้านการเมือง ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา
รหัสดีโอไอ
Title การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนเพื่อปรับเปลี่ยนมโนทัศน์ด้านการเมือง ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา
Creator วัฒนา อัคคพานิช
Contributor สมพงษ์ จิตระดับ, สมบัติ จันทรวงศ์
Publisher จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Publication Year 2546
Keyword ทฤษฎีสรรคนิยม, การเมือง -- การศึกษาและการสอน (มัธยมศึกษา)
Abstract พัฒนารูปแบบการเรียนการสอน เพื่อปรับเปลี่ยนมโนทัศน์ด้านการเมือง ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา เพื่อศึกษาเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยระหว่างหลังเรียนกับก่อนเรียน ของนักเรียนกลุ่มทดลองที่ศึกษาด้วยรูปแบบการเรียนการสอน ที่ใช้แนวคิดคอนสตรัคติวิสม์แบบเปียเจต์ที่พัฒนาขึ้นใหม่ และเพื่อศึกษาเปรียบเทียบความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยระหว่างหลังเรียนกับก่อนเรียน ของนักเรียนกลุ่มทดลองที่ศึกษาด้วยรูปแบบการเรียนการสอน ที่ใช้แนวคิดคอนสตรัคติวิสม์แบบเปียเจต์ กับความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยระหว่างหลังเรียนกับก่อนเรียน ของนักเรียนกลุ่มควบคุมที่ศึกษาด้วยรูปแบบการเรียนการสอน ที่ไม่ใช้แนวคิดคอนสตรัคติวิสม์แบบเปียเจต์ กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยนี้ประกอบด้วย นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสิรินธรราชวิทยาลัย จ.นครปฐม ซึ่งได้จากการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง จำนวน 74 คนโดยแบ่งออกเป็น กลุ่มทดลอง จำนวน 37 คนและกลุ่มควบคุม จำนวน 37 คน ก่อนการทดลองนักเรียนทั้งสองกลุ่มได้รับทดสอบความรู้ความเข้าใจทางการเมือง วัดเจตคติทางการเมือง และวัดพฤติกรรมทางการเมือง นักเรียนกลุ่มทดลองเรียนรายวิชาสาระเพิ่ม ส 043 การปกครองของไทย ตามรูปแบบการเรียนการสอนที่ใช้แนวคิดคอนสตรัคติวิสม์แบบเปียเจต์ที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ ส่วนนักเรียนกลุ่มควบคุมเรียนด้วยรูปแบบการเรียนการสอน ที่ไม่ใช้แนวคิดคอนสตรัคติวิสม์แบบเปียเจต์ โดยใช้แผนการเรียนการสอน 7 แผน แผนละ 4 คาบเรียน แล้วทดสอบหลังเรียนอีกครั้ง ในการวิจัยครั้งนี้ รูปแบบการเรียนการสอนที่ใช้แนวคิดคอนสตรัคติวิสม์แบบเปียเจต์ที่พัฒนาขึ้นมานี้ ประกอบด้วย 6 ขั้นตอน ดังนี้คือ 1) การทดสอบก่อนเรียนและการสรุปผลเป็นมโนทัศน์ด้านการเมือง และมโนทัศน์ด้านการเมืองที่คลาดเคลื่อน 2) การแจ้งผลสรุปให้นักเรียนทราบ 3) การเรียนรู้มโนทัศน์ด้านการเมืองใหม่ 4) การจัดกระทำให้นักเรียนเกิดภาวะอสมดุลทางปัญญา อันนำไปสู่การปรับเปลี่ยนทางปัญญาในสองลักษณะคือ การดูดกลืนเข้าสู่โครงสร้างทางปัญญา และการปรับโครงสร้างทางปัญญา 5) การสรุปผังมโนทัศน์ใหม่ และ 6) การทดสอบหลังเรียน ผลการวิจัยพบว่า 1) คะแนนเฉลี่ยระหว่างหลังเรียนกับก่อนเรียนของนักเรียนในกลุ่มทดลอง ในด้านความรู้ความเข้าใจรวม ด้านความรู้ความเข้าใจเฉพาะที่ต้องปรับโครงสร้างทางปัญญา ด้านความรู้ความเข้าใจเฉพาะที่ต้องดูดกลืนเข้าสู่โครงสร้างทางปัญญา ด้านเจตคติรวม ด้านเจตคติเฉพาะที่ต้องดูดกลืนเข้าสู่โครงสร้างทางปัญญา และด้านพฤติกรรมทางการเมือง มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แต่คะแนนเฉลี่ยระหว่างหลังเรียนกับก่อนเรียนของนักเรียนในกลุ่มทดลอง ในด้านเจตคติเฉพาะที่ต้องปรับโครงสร้างทางปัญญา ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) คะแนนเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นของนักเรียนในกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม ในด้านความรู้ความเข้าใจเฉพาะที่ต้องปรับโครงสร้างทางปัญญา ด้านเจตคติรวม และด้านเจตคติที่ต้องดูดกลืนเข้าสู่โครงสร้างทางปัญญา มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แต่คะแนนเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นของนักเรียนในกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม ในด้านความรู้ความเข้าใจรวม ด้านความรู้ความเข้าใจเฉพาะที่ต้องดูดกลืนเข้าสู่โครงสร้างทางปัญญา ด้านเจตคติเฉพาะที่ต้องปรับโครงสร้างทางปัญญา และด้านพฤติกรรมทางการเมืองไม่มีความแตกต่าง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
ISBN 9741757034
URL Website cuir.car.chula.ac.th
Chulalongkorn University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ