การศึกษาเปรียบเทียบรูปแบบการใช้ที่ดินของหมู่บ้านมูเซอ และหมู่บ้านคนไทย ในอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่
รหัสดีโอไอ
Title การศึกษาเปรียบเทียบรูปแบบการใช้ที่ดินของหมู่บ้านมูเซอ และหมู่บ้านคนไทย ในอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่
Creator ภาติยะ พัฒนาศักดิ์
Contributor ดุษฎี ชาญลิขิต
Publisher จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Publication Year 2544
Keyword การใช้ที่ดิน, ที่ดินเพื่อการเกษตร, ลาหู่, ชาวไทย
Abstract การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาเปรียบเทียบรูปแบบการใช้ที่ดินของ หมู่บ้านมูเซอและหมู่บ้านคนไทย และหาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจสังคม ที่มีต่อรูปแบบการใช้ที่ดิน ของชาวไทยภูเขาเผ่ามูเซอและคนไทยพื้นราบ ผู้วิจัยได้วิเคราะห์เปรียบเทียบรูปแบบการใช้ที่ดิน จากการแปลและตีความรูปถ่ายทางอากาศในปี พ.ศ. 2511 พ.ศ. 2538 และจากการเดินสำรวจ ปี พ.ศ. 2543 และใช้แบบนำสัมภาษณ์ สัมภาษณ์หัวหน้าครัวเรือนชาวไทยภูเขาเผ่ามูเซอและคนไทยพื้นราบจำนวน 35 หลังคาเรือนและ 57 หลังคาเรือนตามลำดับ วิเคราะห์หาความสัมพันธ์ของปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจสังคม กับการใช้ที่ดินโดยใช้ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน และวิเคราะห์หาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการใช้ที่ดิน โดยใช้สมการถดถอยพหุคูณแบบขั้นบันได ผลการศึกษาพบว่า รูปแบบการใช้ที่ดินของชาวไทยภูเขาเผ่ามูเซอ แตกต่างจากคนไทยพื้นราบ กล่าวคือคนไทยพื้นราบมีการใช้ที่ดินแบบเข้มกว่า ชาวไทยภูเขาเผ่ามูเซอ โดยมีการเพาะปลูกแบบครั้งเดียวต่อปีและหลายครั้งต่อปี ขณะที่ชาวไทยภูเขาเผ่ามูเซอมีการเพาะปลูกแบบครั้งเดียวต่อปี นอกจากนี้จำนวนที่ดินทั้งหมด จำนวนสมาชิกในครัวเรือน และรายได้ในภาคเกษตรกรรม เป็นปัจจัยที่มีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ในทางบวก กับการใช้พื้นที่ทำกินของชาวไทยภูเขาเผ่ามูเซอ ในขณะที่รายได้ในภาคเกษตรกรรม รายจ่ายในภาคเกษตรกรรม จำนวนสมาชิกที่เป็นแรงงานด้านการเกษตร และจำนวนแรงงานทั้งหมดมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ในทางบวก กับการใช้พื้นที่ทำกินในรอบปีของคนไทยพื้นราบ ดังนั้นปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจและสังคมล้วนแต่เป็นปัจจัย ที่มีอิทธิพลต่อความแตกต่างในการใช้ที่ดิน ของชาวไทยภูเขาเผ่ามูเซอและคนไทยพื้นราบ
ISBN 9740302734
URL Website cuir.car.chula.ac.th
Chulalongkorn University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ