ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการมีส่วนร่วมในการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมตามรูปแบบโอเอนีลำปาง ในจังหวัดลำปาง
รหัสดีโอไอ
Creator ศศิกัญญ์ ผ่องชมภู
Title ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการมีส่วนร่วมในการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมตามรูปแบบโอเอนีลำปาง ในจังหวัดลำปาง
Contributor เกษร สำเภาทอง, นนท์ธิยา หอมขำ
Publisher Thailand National Sports University
Publication Year 2564
Journal Title Academic Journal of Thailand National Sports University
Journal Vol. 13
Journal No. 1
Page no. 247-257
Keyword พฤติกรรมการมีส่วนร่วม, แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ, ผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม, รูปแบบโอเอนีลำปาง
URL Website https://he02.tci-thaijo.org/index.php/TNSUJournal/index
Website title เว็บไซต์วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ
ISSN Print ISSN : 2673-0952 Online ISSN : 2697-5793
Abstract การศึกษาครั้งนี้ เป็นการศึกษาเชิงวิเคราะห์แบบภาคตัดขวาง (Analytical cross-sectional study) เพื่อศึกษา “พฤติกรรมการมีส่วนร่วมในการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม (OA Knee Lampang Model)” และความสัมพันธ์ของปัจจัยแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพของผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมต่อพฤติกรรมการมีส่วนร่วมในการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมตามรูปแบบโอเอนีลำปาง ในเขตพื้นที่จังหวัดลำปางที่เข้ารับการบำบัดรักษาในคลินิกแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือกในสถานพยาบาลที่ให้การบำบัดรักษาตามรูปแบบโอเอนีลำปาง จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลเกาะคา โรงพยาบาลวังเหนือ โรงพยาบาลสบปราบ และศูนย์ส่งเสริมแพทย์แผนไทยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม ตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้จำนวน 190 ราย ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง จำนวน 140 คน (ร้อยละ 73.7) อายุเฉลี่ย 63 ปี พฤติกรรมการมีส่วนร่วมในการรักษาตามรูปแบบโอเอนีลำปาง มีค่าเฉลี่ยในภาพรวมเท่ากับ 3.8 คะแนน จัดอยู่ในระดับพฤติกรรมการมีส่วนร่วมดี แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพในการมีส่วนร่วมในการรักษาโรค ในภาพรวมมีค่าคะแนนเฉลี่ย 3.8 คะแนน จัดอยู่ในระดับการรับรู้สูง ปัจจัยทำนายโอกาสการมีพฤติกรรมการมีส่วนร่วมในการรักษาโรค และผู้ที่มีข้อเข่าเสื่อมทั้งสองข้างกลับมีพฤติกรรมการมีส่วนร่วมในการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมตามรูปแบบโอเอนีลำปาง น้อยกว่าเป็น 5.3 เท่าของผู้ที่มีข้อเข่าข้างใดข้างหนึ่งมีอาการเสื่อมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (OR 5.291; 95% CI 2.063-13.572; p-value= 0.01) ผู้ที่มีการรับรู้ต่ออุปสรรคของการมีส่วนร่วมในการรักษาโรค อยู่ในระดับปานกลาง มีโอกาสส่วนร่วมในการรักษาโรค มีโอกาสการมีส่วนร่วมสูงกว่า 4.5 เท่าของผู้ที่มีการรับรู้ต่ออุปสรรคของการมีส่วนร่วมในการรักษาโรคระดับสูงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (OR 4.497; 95% CI 1.844-10.965; p-value=0.01) ผู้ที่มีระดับความรู้สูงมีโอกาสมีพฤติกรรมการมีส่วนร่วมในการรักษาโรค สูงกว่าเป็น 3.8 เท่าของระดับความรู้ปานกลางและต่ำอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (OR 3.818; 95% CI 1.024-14.239; p-value=0.046)
Thailand National Sports University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ