|
ปัจจัยที่มีผลต่อความภักดีต่อองค์การของผู้ตัดสินในสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | กฤษฎา ปาณะเสรี |
| Title | ปัจจัยที่มีผลต่อความภักดีต่อองค์การของผู้ตัดสินในสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย |
| Contributor | พัชรมน รักษพลเดช |
| Publisher | Thailand National Sports University |
| Publication Year | 2563 |
| Journal Title | Academic Journal of Thailand National Sports University |
| Journal Vol. | 12 |
| Journal No. | 3 |
| Page no. | 33-43 |
| Keyword | ความภักดีต่อองค์การ, การเพิ่มคุณค่าในงาน, ความพึงพอใจในการปฏิบัติงาน, ผู้ตัดสินกีฬาในสมาคมกีฬาวอลเล่ย์บอลแห่งประเทศไทย |
| URL Website | https://he02.tci-thaijo.org/index.php/TNSUJournal/index |
| Website title | เว็บไซต์วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ |
| ISSN | Print ISSN : 2673-0952 Online ISSN : 2697-5793 |
| Abstract | การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ในการวิจัยเพื่อ 1)เพื่อศึกษาความภักดีต่อองค์การของผู้ตัดสินในสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย 2) เพื่อศึกษาปัจจัยที่งผลต่อความภักดีต่อองค์การของผู้ตัดสินในสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย 3) เพื่อนำผลการวิจัยที่ได้เสนอแนะเป็นแนวทางต่อผู้บริหารในการหาแนวทางเสริมสร้างเสริมความผูกพันต่อองค์การของพนักงานในอนาคต กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บอลซึ่งขึ้นทะเบียนกับสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย จำนวน 200 คน ซึ่งได้มาโดยวิธีสุ่มตัวตัวอย่างตามความสะดวก เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามที่ใช้ในการเก็บข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป นำเสนอข้อมูลด้วยร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิคราะห์ถดถอยเชิงพหุคูณผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีอายุ 40-50 ปี มีระยะเวลาที่ร่วมงานกับสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทยมากกว่า15 ปี และมีประสบการณ์ในการทำงานในฐานะผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บอลมากกว่า 15 ปี กลุ่มตัวอย่างมีความคิดเห็นต่อการเพิ่มคุณค่าในงานในระดับเห็นด้วยมากที่สุด มีความพึงพอใจในการปฏิบัติงานมากที่สุด และมีความคิดเห็นต่อความภักดีต่อองค์การในระดับเห็นด้วยมากที่สุด ผลการวิคราะห์ถดถอยเชิงพหุคูณ พบว่า ปัจจัยความพึงพอใจในการปฏิบัติงานมีผลต่อความภักดีต่อองค์การเป็นอันดับที่หนึ่งเ (Beta = 0.438) ตามด้วยปัจจัยการเพิ่มคุณค่าในงาน (Beta = 0.388) และปัจจัยอายุ (Beta = 0.144) และทั้งสามปัจจัยสามารถทำนายความภักดีต่อองค์การได้ร้อยละ 60.0 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 |